วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กล้านรงค์'ชี้จำนำข้าวสะดุดตรงแคชเชียร์เช็ค

"กล้านรงค์"เผยปมจำนำข้าว สะดุดตรงแคชเชียร์เช็ค คาดภายในก.ย.ได้ข้อมูลครบ เล็งเรียกผู้ซื้อสอบ

นายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมการป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนคดีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล แถลงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้มีการประชุมอนุกรรมการแล้ว 25 ครั้ง ประชุมคณะทำงาน 50 ครั้ง โดยได้มีการขอเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร กรมบัญชีกลาง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และมีการสอบพยานบุคคลแล้ว 18 ปาก อาทิ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ รองปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ขณะนี้ประเด็นที่กำลังติดตามคือเรื่องเส้นทางการเงิน หรือแคชเชียร์เช็คที่มีการซื้อจำนวน 1,474 ฉบับ จาก 6 ธนาคาร โดยได้รับแล้วจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำนวน 291 ฉบับ มีจำนวนเงิน 16,016,259 บาท มีผู้ซื้อทั้งหมด 9 ราย แบ่งเป็นบริษัท 3 ราย และเอกชน 6 ราย ธนาคารแบงก์ออฟไชน่า จำนวน 10 ฉบับ มีจำนวนเงิน 253 ล้านบาท ผู้ซื้อมีบริษัทเดียว และธนาคารกรุงศรีอยุธยา 2 ฉบับ มีจำนวนเงิน 86 ล้านบาท ผู้ซื้อมีบริษัทเดียว ส่วนอีก 3 ธนาคารที่ยังไม่ได้รับคือ ธนาคารกรุงเทพ 139 ฉบับ มีจำนวนเงิน 11,242 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ 284 ฉบับ และธนาคารกสิกรไทย 748 ฉบับ รวมทั้งสิ้น 1,171 ฉบับ

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพและธนาคารกสิกรไทย จะส่งมาให้ภายในกลางเดือนก.ย.นี้ ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ ยังไม่ได้รับการประสานมา แต่ทางอนุกรรมการได้ส่งหนังสือขอให้ส่งข้อเท็จจริงมาให้ภายในกลางเดือนก.ย. ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องดำเนินการคือ สอบพยานบุคคลผู้ที่ซื้อ และเกี่ยวข้องกับแคชเชียร์เช็คทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนไม่มาก เพราะ 3 ธนาคารที่ส่งข้อเท็จจริงมาให้ก่อนหน้านี้มีเพียง 5 บริษัทและเอกชน 6 ราย อีกประการหนึ่งคือ จะมีการสอบเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติม และสอบองค์การคลังสินค้า (อ.ค.ส.) เรื่องการส่งมอบข้าวไปประเทศจีนว่าสัญญาเป็นไปอย่างไร

"ขณะนี้การดำเนินการยังสะดุดที่เรื่องเส้นทางการเงิน ซึ่งเราพยายามเร่งรัดเรื่องนี้โดยคาดว่าเดือนก.ย.จะได้ข้อเท็จจริงมาทั้งหมด เรื่องนี้จะต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ และการทำสำนวนของป.ป.ช. เป็นสำนวนที่ต้องส่งศาล เมื่อส่งศาลจะยึดสำนวนของป.ป.ช.เป็นหลัก ดังนั้น ต้องทำด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล หลักฐานชัดเจน รวมทั้งต้องวินิจฉัยได้ว่าผิดหรือไม่ผิด" นายกล้านรงค์ กล่าว

นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ตนจะหมดวาระในเดือนก.ย.นี้นั้น แม้ตนจะหมดวาระในเดือนก.ย.ไปแล้ว แต่ไม่ได้ตัดสิทธิการเป็นอนุกรรมการไต่สวน หากคณะกรรมการป.ป.ช.ยังไม่ได้ถอดตนออกจากการเป็นอนุกรรมการ หรือตนยังไม่ได้ลาออกจากการเป็นอนุกรรมการ ดังนั้นตนก็ยังเป็นอนุกรรมการไต่สวนต่อไป โดยไม่มีปัญหาอะไร