"อภิสิทธิ์"ทำจดหมายถึงนายกฯ ย้ำจุดยืนปชป.เมินร่วมสภาปฎิรูปการเมือง เหตุไม่จริงใจ ปรองดอง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับหนังสือเชิญจากเข้าร่วมสภาปฎิรูปการเมือง หาทางออกประเทศไทย จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมแล้ว ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้ทำจดหมายตอบกลับไปยังนายกรัฐมนตรี ความยาว 2 หน้า ลงนามโดยนายอภิสิทธิ์ ซึ่งใจความสำคัญคือ 1. นายอภิสิทธิ์ได้สนับสนุนแนวทางการปรองดอง และได้ชี้ว่า สมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางไว้แล้ว 5 ด้าน คือ ปกป้องสถาบัน ปฏิรูปสื่อ ปฏิรูปการเมือง ลดความเหลื่อมล้ำและหาความจริงในการขัดแย้ง นอกจากนี้ ยังให้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน และคณะกรรมการปฏิรูปที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ และ นพ.ประเวศ วสี ราษฏรอาวุโส ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่ได้รับการตอบสนองหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 2.นายอภิสิทธิ์ยังเห็นว่าสภาปฏิรูปการเมืองเป็นพียงเครื่องมือลดกระแสการต่อต้านการผักดันกฎหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาลเท่านั้น โดยฝ่ายค้านยังไม่เห็นความจริงใจจึงยังไม่สามารถไปร่วมเจรจาได้ 3. นายกรัฐมนตรียังไม่เข้าใจและสับสนในแนวทางการปรองดองหลายประการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่มีการระบุชัดเจน ว่าเป้าหมายสุดท้ายของการตั้งสภาปฎิรูปฯคืออะไร จะนำประเทศไปสู่การปรองดองและสงบได้อย่างไร 4. การทำงานของสภาปฏิรูปฯ เป็นเพียงการเล่นละครทางการเมือง เพราะเชิญแต่ฝ่ายที่เห็นด้วยกับรัฐบาลเท่านั้น เพราะขณะนี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายที่เห็นต่าง ทำให้เห็นว่า เวทีนี้ไม่ใช่กลไกที่มีประสิทธิภาพในการหาทางออกให้ประเทศอย่างแท้จริง
นายชวนนท์ กล่าวว่า 5.นายกรัฐมนตรีมีบทบาทให้คนในรัฐบาลมีพฤติกรรมแตกแยกอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศใน จ.เชียงใหม่ว่า ไม่อนุมัติงบในการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติที่ จ.ภูเก็ตเพราะไม่เลือก ส.ส.พรรคเพื่อไทย 6.นายกรัฐมนตรีปล่อยให้มวลชนของรัฐบาลคุกคาม ข่มขู่คนที่เห็นต่าง อาทิ เวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ , องค์กรอิสระ อย่างศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เชื่อไม่ได้ว่าจะเป็นเวทีที่หาทางออกให้ประเทศได้ 7. รัฐบาลควรละทิ้งเรื่องการเมืองไว้ชั่วคราว เช่น การแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่ควรทำอย่างชัดเจน คือ ปัญหาปากท้องของประชาชน ตัวเลขไตรมาสที่ 2 ปีนี้ระบุว่า เศรษฐกิจเรากำลังถดถอย ปัญหาค่าเงินบาทอ่อน รวมถึงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำรวมทั้งยางพารา , ข้าวโพด ,ค่าครองชีพสูง ราคาแก๊สหุงต้มที่จะขึ้นราคาอีกในวันที่ 1 ก.ย.นี้ 8. ขอให้นายกฯกลับมาแก้ไขปัญหาของชาติอย่างองค์รวม ไม่ใช่แก้ไขแบบแยกส่วนอุดหนุนแต่พวกพ้องของตนเอง
"ถ้านายกฯอ่านจดหมาย อย่างไตร่ตรองแล้ว จะเห็นว่าเป็นจดหมายที่หวังดีจะสร้างความปรองดอง แต่ถ้านายกฯเห็นว่าไม่มีความหมาย และเดินหน้าเล่นละครการเมืองต่อไป ก็ไม่มีทางที่ประเทศจะเข้าสู่ภาวะสงบสุขได้ ประชาธิปัตย์จังยืนยันไม่เข้าร่วมสภาปฎิรูป ที่ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 25 ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ความร่วมมือ"นายชวนนท์ กล่าว





