วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กต.แจ้งดำเนินคดีผู้ลักลอบใช้ดวงตราวีซ่า

กต.แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ลักลอบใช้ประโยชน์ดวงตราวีซ่ามาเลเซียแล้ว ขณะที่รมว.ต่างประเทศกำชับให้นำคนผิดมาลงโทษ

นายจักรกฤษณ์ ศรีวลี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่แผ่นแปะตรวจลงตราเพื่อออกให้แก่บุคคลต่างด้าวผ่านระบบตรวจลงตรา(วีซ่า) ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ว่า จากการตรวจสอบพบว่าดวงตราวีซ่าหายไป 300 แผ่น ซึ่งหายไประหว่างเดือน ก.ย. 2555 -ก.ค. 2556 อีกทั้งมีการเข้าไปแก้ไขข้อมูลด้านกงสุลด้วย ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบพบความผิดปกติของการใช้ดวงตราวีซ่าดังกล่าว จำนวน 259 รายแล้ว แบ่งเป็นคนที่ใช้เดินทางเข้าประเทศไทยแล้วแต่ยังไม่เดินทางออก จำนวน 55 คน คนที่เดินทางเข้ามาในไทยและออกนอกไปแล้ว 49 คน

ส่วนที่เหลือเป็นการพบจากการตรวจสอบของสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงฯทราบชื่อทั้งหมดแล้วว่าใครใช้ดวงตราวีซ่าที่หายไป แต่ไม่ยืนยันว่ารายชื่อที่ระบุในดวงตราวีซ่า จะตรงกับในหนังสือเดินทางหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้เราพบว่าผู้ที่ลักลอบใช้ดวงตราวีซ่าส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกา รองลงมาคือคนของประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียกลาง อย่างไรก็ตามถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ที่ใช้ดวงตราวีซ่าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะใช้ดุลยพินิจผลักดันออกนอกประเทศ และพิจารณาให้เป็นรายชื่อบุคคลต้องห้ามต่อไป

นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการแจ้งความกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ลักลอบนำดวงตราวีซ่ามาใช้ผ่านการตรวจลงตรา ในข้อหาการออกเอกสารทางราชการให้กับคนต่างด้าวโดยไม่มีอำนาจ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่เดือน ก.ค.2556 และเราจะดำเนินการตามกฎหมายเป็นคดีอาญาเพื่อเอาผิดกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง แม้ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ามีกี่คนในขบวนการ และถ้าพบว่ามีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศร่วมด้วย จะต้องดำเนินการเอาผิดทางวินัยด้วย อย่างไรก็ตาม ลูกจ้างท้องถิ่นชาวมาเลเซียที่ทำงานในงานกงสุลที่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ มีจำนวน 5 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนว่าทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำผิดหรือไม่ ทางกระทรวงฯยอมรับว่าเรื่องนี้สร้างความกังวลต่อเรื่องของความมั่นคงของไทย

นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ซึ่งปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศ ได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว และได้กำชับว่าให้เร่งนำคนผิดมาลงโทษให้ได้ รวมถึงหาแนวทางป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เช่น การเก็บดวงตราไว้ในตู้เซฟ เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนมาใช้ระบบดวงตราวีซ่าแล้วกว่า 10 ปี และในอนาคตกำลังพัฒนาระบบวีซ่าเป็นแบบวีซ่าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วีซ่า) ซึ่งเชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ยังคงออกวีซ่าตามปกติไม่ได้หยุดทำการ