"จารุพงศ์"แจงโยก"ภาณุ อุทัยรัตน์" นั่งผู้ตรวจฯ เหตุรอตำแหน่งเหมาะสมปลายก.ย.นี้
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึง การแต่งตั้งโยกย้ายผวจ.ซึ่งครม.ได้เห็นชอบไปเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เเละบางจังหวัดที่ประชาชนไม่พอใจ ที่มีการโยกย้ายผวจ.ในพื้นที่จึงออกมาเคลื่อนไหวว่า การมีคนเสียดายผู้ว่าฯ ตนสบายใจ เพราะแสดงว่าผวจ.เป็นคนดี เพราะเมื่อมีคนเสียใจหรือไม่อยากให้ผวจ.ย้ายเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ถึงที่สุดแล้วก็ต้องเป็นไปตามกลไกที่เป็น สิ่งที่มหาดไทยกลัวที่สุดเวลาโยกย้ายผวจ.หรือนายอำเภอคือมีคนมาพูดว่า “ท่านไปแล้วผมตายแน่” หรือ“ท่านไม่มาผมตายแน่” ถ้าคนมาพูดแบบนี้คงต้องระวังให้ดี
เมื่อถามว่า เหตุใดในการแต่งตั้งโยกย้ายผวจ.ครั้งนี้ ถึงเว้นบางจังหวัดไว้ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า การโยกย้ายในตำแหน่งระดับ 10 ครั้งนี้มีถึง 17 ตำแหน่ง จำเป็นต้องมีการสับเปลี่ยนคนที่เคยเป็นผวจ.อยู่แล้วยังไม่เกษียณอายุราชการให้มาลงในจุดที่พอเหมาะพอควร เพื่อให้มีตำแหน่งว่าง ซึ่งที่สุดแล้วจะมีการเปิดสอบให้ระดับ 9 ขึ้นระดับ 10 คือตำแหน่งรองผวจ.หรือรองอธิบดีขึ้นมาเป็นตำแหน่งบริหาร
"เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเขย่า ต้องเสียบต้องเปลี่ยน ซึ่งมันไม่จำเป็นว่าต้องเสร็จหมดทุกคน มีบางตำแหน่งที่ต้องดูความเหมาะสมอย่างจังหวัดที่สำคัญต้องวิเคราะห์กันให้เหมาะสม ผมเป็นคนแต่งตั้งรู้ดี อย่างจังหวัดใหญ่คนที่ความสามารถไม่ถึงอยากไปอยู่ เช่น จ.เชียงใหม่ แต่เรารู้ว่าเขายังกระดูกอ่อนอยู่ แต่คนที่กระดูกแข็งมีความสามารถ เขาไม่อยากไปเพราะเขารู้ว่าต้องเจองานหนัก ต้องเหนื่อย รับแขกเยอะไม่ค่อยมีเวลา คนบางคนที่เขาไม่ชอบสังคมเกินไป เขาก็อยากอยู่เงียบๆ คนที่อยากไปมีเยอะ แต่ยังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับเรา บางคนอาจหวังหรือปรารถนาสูงกว่านั้น แต่พอไม่ได้ก็ไม่ไป ถือเป็นเรื่องธรรมดา เรามองแล้วเราไม่ได้หลับหูหลับตาเอาใครเสียบเลยไม่ได้" นายจารุพงศ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีให้นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นเพราะมีความผิดอะไรหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ไม่มีความผิดโดยนายจารุพงศ์ ได้ขอให้นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงแทนว่า ตำแหน่งของนายภาณุ คือรองปลัดกระทรวงฝ่ายกิจการพิเศษ โดยมีมติให้คงตำแหน่งนี้ไว้เป็นการชั่วคราวเมื่อครบกำหนดเวลา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) พิจารณาเห็นสมควรไม่ให้คงตำแหน่งนี้ไว้โดยมีผลในวันที่ 30 ก.ย.2556 จึงจำเป็นต้องให้นายภาณุคงอยู่ในตำแหน่งระดับเดียวกัน แต่เนื่องจากยังไม่มีตำแหน่งที่เหมาะสมพอ ประกอบกับนายภาณุมีประโยชน์อย่างมากกับงานดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงจึงทำเรื่องถึงสำนักงานกพ.เพื่อให้ได้ตำแหน่งระดับบริหารสูง คือเป็นตำแหน่งระดับ 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง ซึ่งเรื่องอยู่ระหว่างสำนักงานก.พ.พิจารณาตามขั้นตอน กระทรวงพยายามผลักดันเต็มที่เพราะงานภาคใต้เป็นงานสำคัญ





