วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ถกพ.ร.บ.งบฯไม่ทันต้องย้อนไปยึดร่างวาระ1

"วราเทพ"ชี้ถกพ.ร.บ.งบฯไม่ทันต้องย้อนไปยึดร่างวาระ1 แทน ส่วนชั้นกมธ.ถือเป็นโมฆะ วอนฝ่ายค้านให้ความร่วมมือ

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 168 กำหนดไว้ว่าหากสภาฯพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถือว่าสภาฯได้ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวตามที่เสนอในวาระที่ 1 ฉะนั้น การพิจารณาของสภาฯที่ค้างอยู่หวังว่าฝ่ายค้านจะให้ความร่วมมือให้แล้วเสร็จทันภายในวันที่ 26 ส.ค. โดยมาตราที่เหลืออยู่หากดูด้วยเหตุผลน่าจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันที่ 23 ส.ค. วันเดียว เพราะที่ผ่านมามีการใช้เวลาไปมากพอสมควรแล้ว 3 วัน

"ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการพิจารณายาวนานขนาดนี้ ซึ่งหากในวันที่ 23 ส.ค.พิจารณาแล้วเสร็จจะเป็นไปตามขั้นตอนสามารถส่งวุฒิสภาได้ รวมทั้งเป็นไปตามร่างที่กรรมาธิการฯได้มีการแก้ไข แต่หากไม่แล้วเสร็จจะขึ้นอยู่กับสภาฯว่าจะประชุมต่อจนถึงวันที่ 26 ส.ค.หรือไม่ และหากก่อนเที่ยงคืนวันที่ 26 ส.ค.ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จต้องถือว่าสภาฯไม่สามารถพิจารณาได้ทันตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนด จึงให้กลับไปใช้ร่างพ.ร.บ.เดิมในวาระที่ 1 แล้วส่งไปให้วุฒิสภา โดยไม่สามารถปรับแก้ไขได้" นายวราเทพ กล่าว

นายวราเทพ กล่าวว่า หากต้องกลับไปใช้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณในวาระที่ 1 เท่ากับว่าการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการไม่ได้เกิดผลใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่น่าเสียดายหากว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น ซึ่งคิดว่าฝ่ายค้านน่าจะให้ความร่วมมือในการผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณตามที่ได้มีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมา เพราะตัวแทนฝ่ายค้านก็อยู่ในกรรมาธิการที่มีการปรับลดบางส่วนที่คิดว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการประสานงานระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล นอกเหนือจากการประสานผ่านทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ทางรัฐบาลก็พยายามพูดคุยกับฝ่ายค้านเรื่องระยะเวลา แต่หลังจากการพูดคุยผลก็ไม่เกิด พอมีการเปิดอภิปรายไปกลับไม่ได้เป็นไปตามที่หารือกัน ทั้งนี้ ตนคิดว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นหากเป็นเรื่องงบประมาณ เพราะเป็นกฎหมายที่จำเป็นที่ต้องนำมาใช้เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น การจะดึงเวลาอย่างไรก็ตามจะไม่เกิดผลดีกับใครใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญมีมาตั้งแต่อดีตและให้การคุ้มครองพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี