ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกเสื้อแดงเผาเอ็นบีทีขอนแก่นโดยไม่รอลงอาญา 16 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือ 10 ปี 6 เดือน
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ผู้พิพากษาได้นั่งบัลลังก์พิจารณาตัดสินคดี หมายเลขดำเลขที่ 672/2556 คดีหมายเลขแดงที่ 1760/2556 ซึ่งเป็นคดีระหว่างพนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ กับ นายอุดม คำมูล หนึ่งในจำเลยคดีเผาสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีหรืออาคารสำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 โดยมีนายอุดม คำมูล พร้อมด้วยนายบุญยง แก้วฝ่ายนอก ทนายความ นปช. ร่วมรับฟังคำพิพากษาและได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลหลังจากที่ศาลจังหวัดขอนแก่นได้พิจารณาตัดสินไปเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2555 ว่ามีความผิดในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และข้อหาร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ โดยศาลตัดสินลงโทษจำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงอาญา
โดยผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินสินว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสอง, 218(4) 219,365(1) (2) ประกอบมาตรา 362 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 5,9วรรคหนึ่ง (2(,11,18 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุด ฐานร่วมกันตระเตรียมวางเพลิงเผ่าทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 (4) 219 จึงพิจารณาสั่งจำคุก 16 ปี แต่จำเลยมีเหตุบรรเทาโทษจากคำให้การในชั้นสอบสวน จึงลดโทษลง 1 ใน 3 เหลือจำคุก 10 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
หลังจากนั้น นายบุญยง แก้วฝ่ายนอก ทนายความได้เปิดเผยว่า จากนี้ไปจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อทำการยื่นต่อสู้ในชั้นศาลฎีกาและจะขอประกันตัวนายอุดม คำมูลต่อไปด้วย
นายอุดม คำมูล จำเลยคดีเผาและบุกรุกอาคารสำนักงานเอ็นบีที ขอนแก่น ได้ถูกพิจารณาพิพากษาชั้นต้น เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2555 ให้มีความผิดข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นบทความผิดที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ลงโทษจำคุก 2 ปี ข้อหาร่วมกันบุกรุกลงโทษจำคุก 1 ปี รวมความผิดสองกระทง ลงโทษจำคุก 3 ปี และได้มอบหมายให้ทนายยื่นอุทธรณ์จนกระทั่งศาลพิจารณาตัดสินจำคุก เพิ่มขึ้นเป็น 16 ปี แต่ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 10 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา





