วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปธ.สภาแจงตร.ปราบจลาจลไม่ได้เข้าห้องประชุม

สภาฯพักประชุมรอบ3 หลังส.ส.ปชป.ประท้วงวุ่น ด้าน"สมศักดิ์"แจงเรียกตำรวจปราบจลาจลดูแลความปลอดภัยไม่ได้เข้ามาห้องประชุมสภา

นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับส.ว. รายงานผลการพิจารณาต่อกรรมาธิการฯ ว่ามีผู้ที่เสนอคำแปรญัตติ รวมทั้งสิ้น 202 คน แต่ในจำนวนดังกล่าวพบว่ามีผู้ที่แปรญัตติขัดกับหลักการ จำนวน 57 คน เช่น การเสนอตัดบทบัญญัติทุกมาตรา และให้การได้มาซึ่งส.ว.กลับไปสู่ระบบสรรหาผสมกับการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าขัดกับหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาได้รับเอาไว้ โดยในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 ที่รัฐสภารับหลักการไว้ คือ ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการแปรญัตติที่ขัดกับข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อที่ 96 วรรคสาม ว่าด้วยการแปรญัตติ ที่ขัดต่อหลักการแห่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะทำไม่ได้ จึงขอให้ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประเด็นดังกล่าวได้ใช้เวลาหารือ นานกว่า 2 ชั่วโมง ในที่สุดนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนทน์ ประธานรัฐสภา ฐานะประธานในที่ประชุม กล่าวว่า เพื่อเป็นการเกียรติก่อนการวินิจฉัยของตนจะให้ส.ส.ฝ่ายละ 1 คนอภิปราย แต่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กลับมีการประท้วงเพราะต้องการให้ สมาชิกรัฐสภาที่สงวนคำแปรญัตติตามที่กรรมาธิการฯ วินิจฉัยว่าขัดต่อหลักการทั้ง 57 คนอภิปรายให้ครบทั้งหมดก่อนแม้นายสมศักดิ์จะทักท้วงว่าจะไม่จบภายในกำหนดเวลา ในขณะนั้นนายสมศักดิ์ เปรยกลางที่ประชุมว่า"ผมนึกรักท่านอลงกรณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อย่างไรก็ตามหากจะมีการอภิปรายครบทุกคนเป็นเช่นนี้กฎหมายไม่มีผ่านสภาฯ ได้เลยแม้ฉบับเดียว หากมีผู้ยื่นขัดหลักการไว้ 200 คน ผมต้องใช้อำนาจของผม หากไม่มีใครอภิปรายจะใช้ดุลยพินิจวินิจฉัย ขอให้ลงมติเลยครับ เป็นอย่างไรก็เป็นกัน"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสมศักดิ์ ได้เปิดโอกาสให้อภิปราย แต่ไม่มีผู้ประสงค์อภิปรายในประเด็นดังกล่าว จึงตัดสินใจลงมติ ผลปรากฎว่า มติเสียงข้างมาก 339 เสียงเห็นว่าคำแปรญัตติทั้ง 57 คนขัดหลักการ ต่อ 15 เสียง ทำให้ที่ประชุมไม่อนุญาตให้สมาชิกรัฐสภาทั้ง 57 คนที่เสนอคำแปรญัตติขัดหลักการอภิปรายในที่ประชุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ว.สรรหา ทำให้มียอดผู้แปรญัตติทั้งสิ้นรวม 143 คนจากยอดที่แปรญัตติก่อนหน้านี้ 200 คน จากนั้นนายสามารถได้นำเสนอรายงานต่อที่ประชุม ขณะที่สถานการณ์ในห้องประชุมมีความวุ่นวาย ส.ส. ปชป.ที่ไม่พอใจตะโกนโห่ร้อง

แม้นายสามารถจะรายงานจนจบ แต่เหตุการณ์ยังบานปลายต่อเนื่องโดย ส.ส. ประชาธิปัตย์ตะโกนว่า "สภาทาส " ขี้ข้าทักษิณ" ขณะที่นายอรรถพร พลบุตร ส.ส. เพชรบุรี ได้นำกระดาษที่มีข้อความว่าสภาทาสขึ้นมาและชูต่อหน้าบัลลังก์ ขณะที่ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า "ประชุมต่อไปเลยจะได้รางวัล ทักษิณดูอยู่" ทำให้นายสมศักดิ์ นำค้อนมาเคาะเพื่อเป็นสัญญาณให้ยุติความไม่สงบ พร้อมสั่ง ให้ตำรวจรัฐสภาเข้ามาในห้องประชุมรัฐสภาเพื่อนำตัวสมาชิกรัฐสภาที่ยอมนั่งลงและอยู่ในความสงบออกจากห้องประชุม ทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาคุ้มกันนายสมศักดิ์และพยายามเข้าไปนำตัว ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนและส่งเสียงดังออกไปจากห้อง และเกิดการผลักดัน จนนายธานี เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ทุบไปที่ตำรวจสภา และทั้งหมดหลุดออกไปนอกห้องและนายสมศักดิ์ต้องสั่งพักการประชุมเป็นเวลา 10 นาที

ปชป.เปิดศึกตำรวจสภาโวยกล้าทำผู้แทนเหรอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายสมศักดิ์ เกียรติ์สุรนนท์ ประธานรัฐสภา ทุบค้อนบนบัลลังก์ 3 ครั้ง พร้อมกับเชิญตำรวจรัฐสภาเข้ามาภายในห้องประชุม ทำให้ตำรวจรัฐสภาประมาณ 4-5 คนออกมาคุ้มกันนายสมศักดิ์บนบัลลังค์ ขณะที่ตำรวจรัฐสภาอีกเกือบ 10 คนเดินเรียงแถวเข้ามาที่กลางห้องประชุมเพื่อควบคุมเหตุการณ์ท่ามกลางความไม่พอใจของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีส.ส.กลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปต่อว่าตำรวจรัฐสภา ซึ่งระหว่างนั้นนายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าไปผลักหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและใช้มือดันที่คอจนเกิดความชุลมุนวุ่นวาย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามล็อกแขนนายกุลเดชเพื่อพาตัวออกจากห้องประชุม สร้างความไม่พอใจแก่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่พยายามกรูเข้ามาช่วยนายกุลเดช อาทิ นายธานี เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่วิ่งเข้าไปผลักเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ล็อกตัวนายกุลเดชอยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปรวบตัวนายธานีพร้อมกับนำตัวออกจากห้องประชุม แต่นายธานีขัดขืนต่อสู้ด้วยการใช้มือกดหัวเจ้าหน้าที่ ก่อนที่นายธานีจะสะบัดตัวออกมายืนอยู่ในวงของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่พากันต่อว่าเจ้าหน้าที่ว่า "กล้าทำผู้แทนเหรอ" ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับต้องหยุดปฏิบัติการ

อย่างไรก็ตามส.ส.หญิงพรรคประชาธิปัตย์ต่างพากันกรีดร้องอีกด้วย ขณะที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้แต่ยืนดูและวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งนี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ได้ลงมาเดินถ่ายคลิปเหตุการณ์และบรรยากาศรอบห้องประชุมอย่างละเอียดด้วย ทำให้นายสมศักดิ์ต้องกดออดพักการประชุมและรีบเดินออกจากห้องประชุมทันที ด้านตำรวจรัฐสภาได้ยกมือไหว้ขอโทษส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลังจากเหตุการณ์ชุลมุนสงบลงด้วย

ส.ส.ปชป.ตะเพิด"สมศักดิ์"ลุแก่อำนาจ

เมื่อเวลา 14.40 น. ส.ส.พรรคประชาธิปัตย ประกอบด้วย นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง และนายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี แถลงถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายในห้องประชุมรัฐสภา โดยตำหนิการทำหน้าที่ประธานการประชุมของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนทน์ ประธานรัฐสภา โดยนายชวนนท์ กล่าวว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพราะนายสมศักดิ์ ลุแก่อำนาจไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุม แต่ส่งสัญญาณให้ที่ประชุมลงมติ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะลงมติเรื่องอะไร รวมทั้งไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกทราบข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมใช้คำพูดท้าทายว่า "เป็นไงเป็นกัน"นำไปสู่การออกคำสั่งให้ตำรวจรัฐสภาทั้งหมดเข้ามาภายในห้องประชุมรัฐสภา เพื่อเชิญตัวส.ส.ออกภายนอก ซึ่งถือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเข้าใจการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาที่ต้องทำคำสั่งผู้บังคับบัญชา หากเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาคนดังกล่าวจะแจ้งความนั้นก็ไม่เป็นไร แต่ทางพรรคจะไม่แจ้งความ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของประธานรัฐสภา ซึ่งนายสมศักดิ์ ควรออกจากตำแหน่ง

สภาฯป่วนรอบ 2 หลังปชป.ไม่พอใจตร.ปจ.100นายเข้าสภา

การประชุมรัฐสภา วาระพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับที่มาของส.ว. กลับมาพิจารณาอีกครั้งหลังจากที่พักการประชุมไปนาน 30 นาที โดยมีการเปลี่ยนประธานที่ประชุม จากนายสมศักด์ เกียรติสุรนนทน์ ประธานรัฐสภา เป็น นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ทั้งนี้สมาชิกรัฐสภาที่เห็นต่างยังยกมือขอประท้วงและหารือ แต่นายนิคม ตัดบทว่า “ไม่ต้องแล้ว เข้าสู่วาระที่สองแล้ว นี่คือการประชุมของรัฐสภา ผมขอให้ฝ่ายเลขาธิการรัฐสภาได้ดำเนินการต่อไป”

แต่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทักท้วงและอภิปรายว่า การวินิจฉัยของนายสมศักดิ์ แตกต่างจากคำวินิจฉัยของนายนิคม ต่อประเด็นการให้ สมาชิกรัฐสภา ทั้ง 57 อภิปรายในคำสงวนคำแปรญัตติ ตามที่กรรมาธิการฯวินิจฉัยว่าขัดต่อหลักการ ดังนั้นขอให้นายนิคมวินิจฉัยอีกครั้ง โดยนายนิคมยืนยันว่าขณะนี้ที่ประชุมได้เข้าสู่วาระที่สองของการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว แต่หากจะให้ที่ประชุมลงมติอีกครั้ง อาจขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ส่วนสมาชิกรัฐสภาทั้ง 57 คนที่ถูกมติเสียงข้างมากของที่ประชุมเห็นชอบให้ตัดสิทธิ์อภิปรายตามคำสงวนคำแปรญัตติ ยังมีโอกาสอภิปราย ในมาตราที่กรรมาธิการมีการแก้ไข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายนิคมพยายามเรียกนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ฐานะผู้ที่สงวนความเห็นได้ใช้สิทธิ์อภิปราย แต่ถูกส.ส.ประท้วง จนทำให้นายนิคม กล่าวว่า “กรุณารักษามารยาทด้วย ขอให้นั่งลง หากท่านยกมือและยืนขึ้นไม่นั่งลงแบบนี้ ผมก็ดำเนินการไม่ได้” แต่ท้ายสุดนายนิคมไม่สามารถดูแลการประชุมให้เป็นไปตามขั้นตอนและอย่างสงบได้ โดยนายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หารือว่าการลงมติตัดสิทธิ์สมาชิกรัฐสภา 57 คนไม่ให้อภิปรายในคำแปรญัตติ ถือเป็นโมฆะ และยอมรับไม่ได้ เนื่องจากการปรึกษาหารือของที่ประชุมในข้อบังคับการประชุมไม่ได้กำหนดให้มีการลงมติตัดสิน ขณะที่นายนิคม วินิจฉัยโต้แย้งว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของประธานในที่ประชุมที่จะใช้ดุลยพินิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประท้วงของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และส.ว.ได้นำเรื่องภายนอกเข้ามาโยงกับเรื่องการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาทิ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ระบุว่าก่อนหน้านี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าไม่ให้สมาชิกรัฐสภาทั้ง 57 คนที่สงวนความเห็นขัดกับหลักการได้ใช้สิทธิอภิปราย เท่ากับประธานที่ประชุมตกอยู่ภายใต้อาณัติของบุคคลอื่นและทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง

ขณะที่นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ขณะนี้มีตำรวจปราบจลาจลจำนวน 100 นายอยู่ในรัฐสภา เพราะนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนทน์ ประธานรัฐสภา ประสานไปยังบช.น. ให้นำกำลังมาดูแลความเรียบร้อย ขอให้ประธานรัฐสภาถอนกำลังดังกล่าวออกไป ไม่เช่นนั้นพวกตนจะไม่ให้ความร่วมมือ และขอให้พักการประชุม ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอภิชาต สุภาเพ่ง ส.ส.เพชรบุรี ตะโกนว่า นี่ไม่ใช่รัฐตำรวจขอให้พักประชุมและถอนกำลังตำรวจออกไป ทำให้นายนิคม สั่งพักการประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ไปเมื่อเวลา 15.20 น.

สภาฯลดเครียดหลัง'นิคม'หยอดมุขคนสวยใส่'ขัตติยา'

ผู้สื่อข่าวรายงานที่ประชุมรัฐสภา ได้ใช้เวลาพักการประชุมรอบที่ 2 ไปเพียง 5 นาที ได้กลับมาพิจารณาอีกรอบ เมื่อเวลา 15.25 น. จากนั้นนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ได้ดำเนินการตามวาระการประชุม โดยนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่าตนขอให้รัฐสภาตรวจสอบบุคคลที่สั่งให้นำกำลังตำรวจปราบจราจล เพราะปัจจุบันไม่ใช่รัฐตำรวจ ทำให้นายนิคม แย้งว่าไม่มี แต่นายเทพไท ได้นำภาพถ่ายในไอแพดยืนยันว่ามีตำรวจจริง ทำให้นายนิคม กล่าวว่า มีตำรวจมาเพื่อดูแลความเรียบร้อยด้านจราจรเท่านั้น ทำให้ส.ส.ประชาธิปัตย์โห่แสดงความไม่พอใจ

จากนั้นส.ส.พรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ ส.ส.กทม., นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี ยืนยันว่ามีตำรวจมาจริงแต่ไม่ได้เข้ามายังพื้นที่รัฐสภา อีกทั้งล่าสุดตำรวจที่มาจำนวน 50 นายนั้นได้ถอนกำลังแล้ว แต่ส.ส.ประชาธิปัตย์ อาทิ นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ส.ส.ชุมพร เรียกร้องให้ตรวจสอบและเอาผิดทางอาญากับผู้สั่งการ

อย่างไรก็ตามบรรยากาศการประชุมรัฐสภา ยังคงไม่สามารถพิจารณาในเนื้อหาสาระได้ และมีการประท้วงไปมาระหว่าง สส.พรรคประชาธิปัตย์และส.ส.พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับพฤติกรรมของส.ส.ในรัฐสภา โดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ระบุว่าระหว่างมีเหตุชุลมุน พบว่ามีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทุบตีเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงนั้นบรรยากาศในรัฐสภาได้คลี่คลายความตึงเครียด เมื่อน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยกมือประท้วงพร้อมๆ กับส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ส.ส.กทม., น.ส.รังสิมา รอดรัศมี พร้อมกันทำให้นายนิคม กล่าวว่าตนขอให้คนสวยได้สิทธิ์อภิปรายและเรียกน.ส.ขัตติยาอภิปราย จากนั้นต่อด้วยนางนาถยา อดีตนางเอกภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง โดยส.ส.หญิงทั้ง 2 คนได้มีการอภิปรายพาดพิงเกี่ยวกับการประชันความสวยทำให้สมาชิกรัฐสภาที่อยู่ในห้องประชุมรัฐสภาหัวเราะอย่างชอบใจ

สภาฯ พักประชุมรอบ3หลัง ปชป.ประท้วงวุ่น

บรรยากาศการประชุมรัฐสภาวาระพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับที่มาของส.ว. ยังคงวุ่นวายและไม่สามารถอภิปรายลงในเนื้อหาตามที่มีผู้สงวนคำแปรญัตติ โดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกร้องให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา รับผิดชอบต่อประเด็นที่สมาชิกรัฐสภาในห้องประชุมรัฐสภาถูกตำรวจภายนอกรัฐสภาคุกคาม

ขณะที่นายชัยวัฒน์ ไตรยสุนนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตะโกนในห้องประชุมสภาฯ ว่า "หน้าตัวเมีย ไม่มีความรับผิดชอบ" เช่นเดียวกับนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช ระบุว่า "กล้า ที่จะมีอำนาจ ต้องกล้ารับผิดชอบ ไม่จบ จบไม่ได้" ทำให้นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา กล่าวว่า เรื่องความรับผิดชอบ นายสมศักดิ์จะรับผิดชอบเอง ตอนนี้ขอให้ใช้สิทธิ์อภิปราย แต่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมอภิปรายและเรียกร้องให้พักประชุม ทำให้เมื่อเวลา 16.42 น.นายนิคม สั่งพักประชุมรอบที่ 3 เป็นเวลาอีก 15 นาที

"สมศักดิ์"แจงเรียกตำรวจปราบจลาจลดูแลสภา

ในระหว่างที่ที่ประชุมรัฐสภาหารือให้หาบุคคลที่สั่งการให้ตำรวจปราบจราจลจำนว 100 นายมาดูแลรัฐสภา นั้นนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้เข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ช่วงที่ตนออกคำสั่งให้ตำรวจรัฐสภาทั้งหมดมายังห้องประชุมรัฐสภาเพื่อดูแลความเรียบร้อย นายสุชาติ โรจน์ทองคำ ผู้อำนวยการสำนักรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ใช้ดุลยพินิจตามหน้าที่ประสานไปยังบช.น.ให้นำตำรวจมาดูแลความปลอดภัยระหว่างที่ตำรวจรัฐสภาขึ้นปฏิบัติหน้าที่ในห้องประชุมรัฐสภา ทั้งนี้ตำรวจที่ประสานมาดังกล่าวไม่ได้เข้ามาในห้องประชุมรัฐสภาแต่อย่างใด จากนั้นได้ลงจากบังลังค์ไปพักผ่อน

ขณะที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม, นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช เรียกร้องให้นายสมศักดิ์รับผิดชอบต่อการออกคำสั่งให้ตำรวจรัฐสภาเข้ามาควบคุมความเรียบร้อยในห้องประชุมรัฐสภา ด้วยการอุ้มตัว ส.ส. โดยนายวิทยา กล่าวว่าถ้าไม่แสดงความรับผิดชอบก็ไม่ควรนั่งในฐานะประธาน และไม่ควรโยนความผิดให้ข้าราชการ

ด้านนายธนิตพล ไชยนันท์ ส.ส.ตาก เรียกร้องนายสมศักดิ์ ขอขมา นายเทอดพงษ์ ไชยนันท์ ส.ส.ตาก กว่า 10 สมัยของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกตำรวจรัฐสภาตามคำสั่งของนายสมศักดิ์อุ้มตัวออกจากห้องประชุมทั้งที่อายุเยอะและไม่ได้ทำผิด รวมถึขอตั้งกรรมการจริยธรรมสอบนายสมศักดิ์