"พ.อ.บรรพต"ประณามคนร้ายใต้ยิงไม่เลือก ไร้ความปรานี ไม่เชื่อชายแดนภาคใต้มาจากความขัดแย้งทางศาสนาและชาติพันธุ์
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่คนร้ายลอบยิงถล่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จนเสียชีวิต 4 นาย เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวนั้นบางคนมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ และนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งคนร้ายไม่ได้มีการแยกแยะ จากเดิมที่มีความเชื่อว่าความรุนแรงและเหตุการณ์ต่างๆในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาจากความขัดแย้งทางศาสนาและชาติพันธุ์นั้น คิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะยังมีการก่อเหตุกับคนในพื้นที่และคนที่นับถือศาสนาเดียวกัน อีกทั้งที่ผ่านมาเมื่อเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการวิสามัญกับคนร้ายตามกฎหมายก็มักจะถูกอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งแตกต่างกับกรณีที่คนร้ายทำกับเจ้าหน้าที่ที่มุ่งทำร้ายถึงชีวิต และบางครัั้งก็ลอบวางระเบิดเพืี่อหวังผลรุนแรง ถ้าเข้าไปยิงซ้ำได้ก็จะเข้าไปยิงซ้ำอีกอย่างไม่ปรานี แต่กลับกันหากเป็นเจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายดำเนินการก็จะถูกตำหนิเรื่องสิทธิมนุษยชนว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ
"การทำงานของเจ้าหน้าที่ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วเจ้าหน้าที่ออกไปช้าก็โดนตำหนิ ถ้าออกไปเร็วก็ถูกซุ่มโจมตี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ดุลยพินิจตัดสินใจเฉพาะหน้า รวมทั้งแต่ละพื้นที่มีลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกัน รวมถึงมีเส้นทางที่จำกัด จึงเปิดโอกาสให้คนร้ายล่อลวงเจ้าหน้าที่และทำการซุ่มโจมตี แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามเตือนกันและกระจายกำลัง เพื่อลดการสูญเสีย กรณีนี้ที่เกิดขึ้นก็จะเป็นบทเรียนของเราในการปรับปรุงยุทธวิธีและการดำเนินการต่อไป" โฆษกกอ.รมน.กล่าว





