วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

40ส.ว.จองกฐินสส.-สว.โหวตผ่านร่างแก้รธน.

สว.กลุ่ม 40 จองกฐินสส.-สว.โหวตผ่านร่างแก้รธน.ที่มาสว.ยื่นตีความต่อศาลรธน.,ศาลฎีกา ปมมีผลประโยชน์ทับซ้อน แก้กฎหมายเพื่อตนเอง

คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ร่วมกับกลุ่ม 40 สว.จัดงานเสวนา เรื่องแก้ไขรัฐธรรมที่มาของ สว. : แผนเผด็จการรัฐสภาควบคุมศาลและองค์กรอิสระ โดยมีสว.ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า รัฐสภาได้นัดประชุมเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 20 ส.ค. เดิมหนังสือเชิญประชุมระบุจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 3 ประเด็นเข้าพิจารณา แต่ล่าสุดพบว่ามีการแก้ไขให้นำร่างแก้ไขรัฐธรรมว่าด้วยที่มาของสว.ให้มาจากกการเลือกตั้ง 200 คนเท่านั้น ทั้งนี้้ตนเข้าใจว่าเพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ทันหลังจากที่สว.เลือกตั้งชุดปัจจุบันหมดวาระในวันที่ 2 มี.ค.57 ส่วนตัวเชื่อว่าการพิจารณาวาระสอง และ วาระสาม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้และหลังจากนั้นจะให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยกร่างกฎหมายเลือกตั้ง ภายใน 30 วันและให้ 2 สภา พิจารณาร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน รวมใช้เวลาประมาณ 5 เดือนหรือถึงเดือนมีนาคม 57

นายคำนูณ กล่าวต่อว่าในคำแปรญัตติที่เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของสว.สรรหาชุดปัจจุบันมี สส.พรรคเพื่อไทย แปรญัตติเป็น 4 กลุ่ม คือ ให้สว.สรรหาปัจจุบันพ้นตำแหน่งทันที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้, ให้พ้นตำแหน่งหลังมีพระราชกฤษฏีกาเลือกตั้งสว., ให้พ้นตำแหน่งหลังจากได้สว.จากการเลือกตั้งครบ 200 คนและให้พ้นตำแหน่งภายใน 1 ปีนับตั้งแต่ได้สว.เลือกตั้งเข้ามาทำงาน โดยตนเชื่อว่าเป็นเจตนาที่อยากให้สว.สรรหาเงียบและอย่าอภิปรายโต้แย้งมากเกินไป เพราะหากโวยวายมาก ๆ อาจจะลงมติข้างมากตามคำแปรญัตติของส.ส.พรรคเพื่อไทยได้

"กรณีที่รัฐสภา ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาสว.อาจเป็นการตัดสินใจวางคิวที่ผิดพลาด ไม่ฉลาด เพราะยังมีมาตรา 68 วรรคหนึ่ง ว่าด้วยการห้ามบุคคลใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือได้มาซึ่งอำนาจการปกครองที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนี้ เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้นำเรื่องไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้" นายคำนูณ กล่าว

น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมเพื่อให้สว.มาจากการเลือกตั้งตนเชื่อว่าเป็นความพยายามเข้ามาควบคุมและลดอำนาจการตรวจสอบ และฝ่ายที่มีหน้าที่ถ่วงดุลการทำงานของฝ่ายบริหาร ดังนั้นหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องนี้ผ่านวาระสาม ตนจะเป็นผู้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่เกี่ยวกับสว.เป็นการแก้ไขที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในแง่ของการตรวจสอบถ่วงดุลหรือไม่

พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ สว.สรรหา กล่าวว่ากรณีที่อ้างว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาของสว. เพราะต้องการให้สว.และสส.มีที่มาเหมือนกันถือว่าเป็นข้ออ้างที่ผิดหลักรัฐศาสตร์ และหลักการสากล เพราะทั่วโลกต้องการหาวิธีไม่ให้สส.และสว.มีที่มาแบบเดียวกัน อย่างไรก็ตามในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตราดังกล่าวที่แก้ไขคุณสมบัติให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี , นักการเมือง , พรรคการเมือง ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสว.ได้ ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่สส.และสว.มีส่วนร่วมในการใช้อำนาจที่มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อประโยชน์กับคนของตนเอง ดังนั้นสมาชิกรัฐสภาที่ลงมติผ่านวาระสามเตรียมตัวขึ้นศาลได้เลย

ด้านนายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา กล่าวว่า สว.กลุ่ม 40 ยืนยันจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง หลังจากที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการแก้ไขคุณสมบัติสว. ผ่านวาระสาม นอกจากนั้นจะยื่นองค์กรตรวจสอบอื่น ๆ เช่น ป.ป.ช. และทุกศาลเพื่อขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกขั้นตอน เพราะไม่ยอมให้ขบวนการกินรวบเกิดขึ้น อีกทั้งตนมีความจำเป็นที่ต้องทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด

"ผมแอบได้ยินกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคนั้นคุยกันว่า ให้สว.พูดไปเลย 4 วัน 4 คืน โดยไม่ทำอะไร เพราะรอโหวตอย่างเดียว ผมว่าเวลาอภิปรายเท่านั้นไม่พอ" นายสมชาย กล่าว

ส่วนนายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา กล่าวว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยที่มาของสว. โดยบุคคลหัวหมอที่ยกมาตรา 291 มาอ้าง ดังนั้นการจะตอบโต้ต้องใช้รัฐธรรมนูญ 2550 เบื้องต้นหากประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับแผนเผด็จการรัฐสภา สามารถใช้กลไกของรัฐธรรมนูญได้ 4 ช่องทาง คือ 1.ตามมาตรา 275 ยื่นต่อป.ป.ช. หากพบว่าเป็นการใช้อำนาจของสส.,สว.ที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์, 2.ยื่นศาลฎีกา แผนกคดีอญาของผู้ดำรงตำแหนางทางการเมือง, 3.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และ 4.ถวายฎีกาเพื่อขอให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่ากติกาใดที่มีผลกระทบหรือขัดต่อเจตนารมย์แห่งรัฐธรรมนูญ หรือขัดหลักนิติรัฐ นิติธรรมต้องให้ประชาชนลงประชามติ หรือเสียงข้างมากในรัฐสภา ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ตัดสิน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 กำหนด ว่าสมควรแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่