วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.ร่วมม็อบสวนยางชุมนุม สู้นอกกรอบ

ปชป.ประกาศร่วม"ชาวสวนยาง"ชุมนุม"ศาลากลางจว." 19 ส.ค.นี้ หลังรัฐบาลเมินแก้ราคาตก ทำจนทั้งแผ่นดิน รับ"แพ้แนวรบในสภา" ต้องสู้นอกกรอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ พร้อมด้วย นายชิณวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และรมว.เกษตรและสหกรณ์ (เงา) , นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกันแถลงข่าวประกาศจุดยืนของส.ส.กว่า 50 คน ที่อยู่ในพื้นที่ปลูกยางพารา ว่า จะเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ในการรวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

โดยนายถาวร กล่าวว่า ที่ผ่านมาส.ส.และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา ได้ยื่นหนังสือให้รัฐบาลแก้ปัญหายางพาราตกต่ำ ซึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในสมัยที่เป็นรมช.เกษตรฯ ประกาศว่าจะทำให้ราคายางพาราอยู่ที่ 120 บาท/กิโลกรัม แต่วันนี้ราคากลับตกมาเกือบ 1 เท่าตัว คือ อยู่ที่ 71- 72 บาท ต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนเป็นอย่างมาก แต่รัฐบาลยังเพิกเฉย ดังนั้นเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราจึงได้นัดหารือกันเพื่อกำหนดท่าที ในการยกระดับการเรียกร้องที่โรงแรมรอยัล ซิตี้ ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ โดยผลสรุปออกมาอย่างไร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมร่วมต่อสู้ โดยทราบมาว่ากลุ่มเกษตรกรจะรวมตัวกันไปที่ศาลกลางจังหวัดเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาในวันที่ 19 ส.ค.นี้

ด้านนายวิทยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาพวกตนพยายามต่อสู้ในระบบรัฐสภา ด้วยการตั้งกระทู้ถาม เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหา แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉยถือว่าเราแพ้ในสภาแล้ว จึงไม่อาจใช้แนวทางการต่อสู้แบบปกติกับรัฐบาลนี้ได้ ดังนั้นส.ส.50 กว่าคน ขอประกาศว่าจะไม่อยู่เบื้องหลังการชุมนุม แต่จะเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มเกษตรกรที่ศาลากลางจังหวัด หากจะเคลื่อนไปที่ทำเนียบรัฐบาลเราก็จะไปด้วย และหากจะมีการยกระดับเพิ่มเติม ก็ขึ้นอยู่กับมติของเกษตรกร ซึ่งเราพร้อมร่วมขบวน ขอรัฐบาลอย่าใช้กำลังในการสลายการชุมนุม ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะประเทศนี้ไม่มีนายกรัฐมนตรี เนื่องจากประชาชนรู้สึกว่านายกฯไม่แก้ปัญหา

ขณะที่ นายอาคม กล่าวว่า ปัญหาราคายางพาราตกต่ำไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะของภาคใต้ เพราะขณะนี้มีการกระจายปลูกยางพาราไปถึง 60 จังหวัดทั่วประเทศ

ที่่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางไปทั่วโลก 37 ประเทศ แต่ไม่คุยเรื่องการขายยางพาราให้กับต่างประเทศ จึงอยากเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหา ดังนี้ 1.คณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) ควรประกาศว่าจะไม่ขายยางพาราในสต๊อก ที่รัฐบาลแทรกแซงรับซื้อมา 2.1 แสนตัน เพื่อส่งสัญญาณในการลดจำนวนยางพาราในตลาดลง เพื่อให้ตลาดเป็นของเกษตรกรไม่ใช่ของประเทศผู้รับซื้อ 2.นำยางพารา 2.1 แสนตัน มาแปรรูป เช่น ผสมกับยางมะตอยมาราดถนน และ3.เจรจากับบริษัทร่วมทุนยางที่มีสมาชิกเป็นผู้ผลิตยางพารา 3 ประเทศ ว่าอย่าขายยางพาราตัดราคากัน และต้องขายไม่ต่ำกว่า 120 บาทต่อกิโลกรัม

"รัฐบาลต้องเลิกยางอายอย่าคิดว่าเป็นข้อเสนอของฝ่ายค้าน แล้วจะไม่รับไปดำเนินการ เพราะวันนี้เราจนกันหมดทั้งแผ่นดินแล้ว ขณะนี้เรามียางในสต๊อก 8 แสนกว่าตัน หากเก็บไว้นานจะเสื่อมสภาพ ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานคงเกิดปรากฏการณ์ไฟไห้มโรงเก็บยาง เพื่อทำลายหลักฐานการบริหารที่ล้มเหลว"นายอาคม กล่าว