วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อมรา'แจงรายงานสลายชุมนุมเสื้อแดงปี'53

"อมรา"แจงรายงานสลายชุมนุมเสื้อแดงปี"53 ชี้จุดที่เป็นการละเมิดสิทธิ ยันไม่ได้ฟันธงว่าใครถูกใครผิด

นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ชี้แจงกรณีที่ กสม.ได้เผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบ เพื่อมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างวันที่ 12 มี.ค. 53 ถึง19 พ.ค. 53 ว่า เนื้อหาส่วนหนึ่งในรายงานที่ระบุว่าการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาล ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจริง แต่เป็นการประกาศใช้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เนื่องจากกลุ่มนปช.ได้มีการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.53 และรัฐบาลได้ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในวันที่ 7 เม.ษ.53 ซึ่งรัฐบาลได้มีการศึกษาแนวโน้มเพื่อดูท่าทีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช. จึงเห็นสมควรให้ประกาศ พ.ร.ก.ดังกล่าว อีกทั้งในข้อเท็จจริงนั้น ระหว่างวันที่ 12 มี.ค. จนถึงวันประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือวันที่ 7 เม.ษ. กลุ่มนปช.ก็ได้มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวจริงๆ

เมื่อถามถึงกรณีที่ กสม.ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงฯในวันที่ 2 ส.ค.56 ที่ผ่านมานั้น นางอมรากล่าวว่า ตามความเห็นของคณะกรรมการสิทธิฯนั้น รัฐบาลได้ประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงฯก่อนที่กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณจะเริ่มจะมีการชุมนุมหรือยังไม่ได้มีการเริ่มกิจกรรมใดๆ ซึ่งตามหลักแล้วรัฐบาลควรรอดูสถานการณ์ก่อน อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็สามารถใช้ข้ออ้างได้ว่าได้รับรายงานจากหน่วยข่าวกรองว่าอาจมีเหตุรุนแรง

ส่วนกรณีที่ ศอฉ. สั่งระงับการออกอากาศสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนลและสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออินเทอร์เน็ตบางสื่อ นั้น นางอมรากล่าวว่า การปิดกั้นไม่ให้สื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิ ซึ่งในรายงานก็ได้มีการวิจารณ์ไปว่าการไปสั่งปิดสื่อเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และหลังจากที่มีคำสั่งปิดหรือระงับแล้ว ศอฉ.ควรยกเลิกคำสั่งนั้นในช่วงที่เหตุการณ์ลดระดับความรุนแรงลง เช่นเดียวกับการใช้มาตรการสลายการชุมนุมจากเบาไปหาหนัก ในรายงานก็ได้ระบุว่าแล้วว่าเป็นการละเมิดสิทธิอย่างแน่นอน ซึ่งการใช้มาตรการสลายการชุมนุมนั้นได้ส่งผลให้เกิดความรุนแรงและสร้างความเสียหาย แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของรัฐบาลในขณะนั้นว่าสมควรที่จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งกสม.ไม่ได้ทำหน้าที่ชี้ว่าใครถูกใครผิด หรือใครเป็นคนกระทำ เพียงแต่ระบุว่าการกระทำใดเป็นการละเมิดสิทธิบ้าง

"หน้าที่ของกสม.คือทำรายงานและเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย แต่หลังจากนั้นนายกฯหรือคณะรัฐมนตรี จะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการอย่างไรก็เป็นเรื่องภายใน กสม.ไม่ได้เกี่ยวข้องในส่วนนี้ อย่างไรก็ตามทางกสม.ก็จะคอยติดตามว่าหลังจากที่ส่งข้อเสนอแนะไป รัฐบาลได้นำข้อมูลนั้นไปปรับใช้อย่างไรบ้าง" นางอมรากล่าว