"พิชัย"ตอบรับเป็นกรรมการปฏิรูป ชี้ต้องไม่ทำเพื่อใคร ไม่มีเงื่อนไข เผยเคยแนะนำ"อภิสิทธิ์"แต่เจ้าตัวเฉย แจงไม่เข้าพรรค ปชป. มาสองปีแล้ว
นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้าพบ นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่บ้านพักเพื่อเชิญเข้าร่วมกรรมการปฏิรูปประเทศ โดยนายพงษ์เทพ ได้ชี้แจงเหตุผลในการตั้งสภาปฏิรูปพร้อมให้หนังสือและกล่าวเชิญ นายพิชัย ให้เข้าร่วมสภาปฏิรูปฯ
โดยนายพิชัย กล่าวว่า ตนมีความดีใจที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกะทรวงกลาโหม มีความคิดริเริ่ม ถ้าปล่อยให้เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้เรื่อยๆเหมือนมองไม่เห็นทาง เพราะความขัดแย้งก็เหมือนรถที่ติดหล่ม หากคนบนรถไม่ลงมาช่วยคนขับจะขับต่อไปได้อย่างไร ซึ่งการทำงานต้องไม่ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพื่อพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคเพื่อไทย แต่เพื่อประชาชน และหวังว่าคณะกรรมการในชุดนี้คงไม่มีอะไรในสมองมาก่อน ต้องปล่อยว่างและต้องไม่ทะเลาะกันในสภาปฏิรูป อย่าเอาเรื่องพรรคเรื่องส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ตนในฐานะนักการเมืองเฒ่าไม่ตายแต่ก็ค่อยๆจางหายไป แต่ถ้าทำอะไรได้ตนก็ยินดีทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ไม่รู้จะช่วยได้มากขนาดไหน ซึ่งตนมีความตั้งใจอยู่แล้วอยากเป็นส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ต้องนำเรื่องเก่ามาดูและต้องมีความเจ็บปวดบ้าง หากสำเร็จถือเป็นเรื่องดี แต่คนที่มีความสุขที่สุดก็คือในหลวงและประชาชน
เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ให้เข้าร่วมหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ตนไม่ได้เข้าพรรคประชาธิปัตย์มา 2 ปีแล้ว แต่ตนยังเป็นสมาชิกพรรค และเป็นรองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนเคยแนะนำพรรคประชาธิปัตย์หลายประการในการแก้ไขปัญหา และตนเคยคุยกับ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และยังเคยพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนได้แนะนำในการแก้ไขปัญหา โดยนายนพดล ให้การตอบรับดีมากกว่านายอภิสิทธิ์ จนถึงขั้นเตรียมเดินทางไปดูไบ แต่เกิดการยุบสภาก่อนจึงเลื่อนออกไป ทั้งนี้ยืนยันว่าส่วนตัวไม่เคยพบและพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ รู้จักเพียงบิดาของ พ.ต.ท.ทักษิณ สมัยเป็น ส.ส. เท่านั้น
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะไม่เข้าร่วมสภาปฏิรูปฯ หากรัฐบาลไม่ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นั้น นายพิชัย กล่าวว่า เป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเหตุการณ์ได้ผ่านไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งการเจรจาถ้ามีเงื่อนไขไปก่อนก็จะตกลงกันไม่ได้ ต้องไม่มีเงื่อนไขไปล่วงหน้า
เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายมองว่าหากมีคณะกรรมการชุดนี้จะเพิ่มความขัดแย้ง นายพิชัย กล่าวเพียงสั้นๆว่า หากคณะกรรมการชุดนี้เพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก





