วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พท.อัดปชป.ทำตัวเป็นพรรคข้างถนน

พท.อัดปชป.ทำตัวเป็นพรรคข้างถนน ยันทีวีรัฐสภาชมได้ทั่วโลก ครอบคลุมกว่าช่อง11 เสริมตำรวจ 21 กองร้อยอารักขาทำเนียบ ปิดประตูให้เข้า-ออกทางเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า สำหรับบรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ยังคงมีข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ คงเดินทางมาทำงานตามปกติ รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศได้มาปักหลักรายงานข่าวอยู่ทั้งในและบริเวณรอบนอกทำเนียบรัฐบาลกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีรัฐมนตรี อาทิ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงข้าราชการการเมือง อาทิ นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีฯ เข้ามาทำงานตามปกติ

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 ส.ค.ทีมงานของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แจ้งกับสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันนี้เวลา 09.30 น.จะมีการประชุมครม.เศรษฐกิจที่ห้องประชุมครม.ชั้น 2 ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาจริงกลับไม่มีการประชุมตามที่แจ้งมา

ส่วนบรรยากาศในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลในวันเดียวกันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ได้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก 11 กองร้อย เป็น 21 กองร้อย เนื่องจากมีรายงานว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินเท้าผ่านทำเนียบไปยังรัฐสภา อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเนียบได้ตรวจเข้มการเข้าออกที่ประตูอรทัยซึ่งเป็นประตูเดียวที่อนุญาตให้รถเข้า-ออกได้ แต่มีการเสริมมาตรการอย่างเข้มงวด มีการนำเจ้าหน้าที่ทำเนียบมาช่วยยืนตรวจทั้งคน ทั้งรถยนต์ ที่จะต้องติดบัตรของทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น หากไม่มีบัตรจะต้องแลกบัตรเข้ามา

สำหรับบรรยากาศโดยรอบทำเนียบรัฐบาล มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังตามจุดต่าง ๆ โดยมีการตรึงกำลัง ณ จุดที่จะเป็นทางผ่านมาใกล้บริเวณทำเนียบรัฐบาลทุกประตู อาทิ สะพานมัฆวานรังสรรค์ที่มีการปิดถนนราชดำเนินตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์ยาวไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ที่ถนนพิษณุโลกมีการปิดตั้งแต่แยกพาณิชยการที่สะพานชมัยมรุเชษฐไปจนถึงแยกวังแดง(คุรุสภา) ส่วนทางเข้า-ออกทางเดียวที่สะพานอรทัยนั้น มีการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ที่เชิงสะพานเทวกรรม(นางเลิ้ง) โดยมีการวางลวดหนาม แท่งแบร์ริเออร์ขนาดใหญ่ความสูงเกือบ 2 เมตร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ยืนถือโล่ห์แบบใหม่ที่มีความสูงกำบังตำรวจได้มิดและกระบองในชุดพร้อมปฏิบัติการ แต่ทั้งนี้พบว่าการจราจรโดยรอบทำเนียบจะติดขัดเฉพาะถนนช่วงถนนที่จะผ่านวัดโสมนัสเท่านั้น ขณะที่ถนนราชดำเนินโดยรวมพบว่ามีรถวิ่งน้อยมาก

ทั้งนี้บรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาลมีการเตรียมกำลังไว้ทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัย รถพยาบาล ส่วนร้านค้าต่าง ๆ ยังคงเปิดบริการตามปกติ

ทั้งนี้ จากการสำรวจโดยรอบทำเนียบรัฐบาลพบว่า บริเวณปากซอยทางเข้าวัดเบญจฯมีการนำแท่งแบริเออร์ขนาดใหญ่ปิดซอยไม่ให้คนและรถผ่านเข้าไปได้ และช่วงที่ผู้สื่อข่าวไปสำรวจพบว่า มีผู้ชายอายุมากกว่า 60ปี ซึ่งคนแถวนี้ทราบกันดีว่าคือลุงที่เปิดร้านซ่อมรองเท้าอยู่ในซอย ได้มายืนบนฐานของแท่นแบริเออร์และชะเง้อมองเข้าไปในซอย ทั้งนี้จากการสอบถามทำให้ทราบว่าลุงคนดังกล่าวได้ขนย้ายอุปกรณ์ซ่อมรองเท้าและโต๊ะเก้าอี้ที่ใช้ทำร้านเล็ก ๆ ออกจากพื้นที่ไปแล้ว และบอกว่าไม่รู้ว่าจะต้องปิดซอยถึงเมื่อไร เพราะหากไม่ได้ซ่อมรองเท้าก็ไม่มีรายได้มาเลี้ยงตัวเอง

เพื่อไทยอัดประชาธิปัตย์ทำตัวเป็นพรรคข้างถนน

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐสภาไม่ให้มีการถ่ายทอดสดการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยว่า เป็นเพียงเกมการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการสร้างประเด็นว่าเป็นการปิดกั้นสิทธิของประชาชน ทั้ง ๆ ที่โทรทัศน์และวิทยุของรัฐสภามีการถ่ายทอดตามปกติ ทั้งนี้ ทราบว่ากรมประชาสัมพันธ์ยังมีการถ่ายทอดทางวิทยุคลื่นความถี่เอเอ็ม 819 อีกด้วย ส่วนกรณีที่มีการปล่อยข่าวว่าสื่อมวลชนไม่สามารถเข้ามายังอาคารรัฐสภาเพื่อถ่ายทอดสดการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้นั้นก็ไม่เป็นความจริง เป็นเพียงแค่การปล่อยข่าวเพื่อหวังผลทางการเมืองให้กระทบกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมและกระทบกับภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเท่านั้น

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า วันนี้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์พร้อมทั้งส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นำมวลชนมาที่รัฐสภา ทั้งๆ ที่มีการประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงฯ ถือเป็นการทำลายหลักการของพรรคประชาธิปัตย์ที่หัวหน้าพรรคในอดีตได้เคยยืนยันว่าจะยึดมั่นในระบอบรัฐสภา ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ท้าทายกฎหมายของบ้านเมือง ทำลายหลักการประชาธิปไตย ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นการเผยธาตุแท้ของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ว่า สภาวะที่บ้านเมืองกำลังนำไปสู่ความปรองดองนั้น แทนที่จะใช้เวทีสภาฯ แต่กลับไปใช้เวทีข้างถนน เหมือนจะให้เป็นพรรคข้างถนน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาทั่วประเทศ กล่าวว่า ผังรายการของทีวีรัฐสภาตามปกติวันนี้จะถูกยกทั้งหมดเพื่อถ่ายทอดการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยืนยันว่าสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาสามารถรับชมได้ทั้งทวีปยุโรป อเมริกา เอเชียแปซิฟิก และตะวันออกกลาง ซึ่งถือว่าเครือข่ายครอบคลุมมากกว่าช่อง 11 และสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นก็สามารถมาขอเกี่ยวสัญญาณไปได้

นอกจากนี้ ทราบว่าผังรายการของช่อง 11 ในวันนี้จะมีการถ่ายทอดรายการสำคัญถึง 4 รายการ ซึ่งจะส่งผลให้ต้องมีการตัดเข้าสู่รายการข่าวสำคัญหรือโฆษณาเป็นระยะ ดังนั้นการที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ถ่ายทอดผ่านทางช่อง 11 นั้นจะยิ่งเป็นการปิดกั้นประชาชนมากกว่า เพราะหากประชาชนรับชมทางช่องวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาจะไม่มีการตัดสัญญาณหรือตัดเข้าโฆษณาแม้แต่วินาทีเดียว ขณะที่ประชาชนที่ใช้สมาร์ทโฟนก็สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นก็สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้โดยไม่มีโฆษณา

แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบผังรายการของช่อง 11 ในวันนี้นั้นพบว่า จะมีการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีถึง 4 งาน ดังนั้นหากให้มีการถ่ายทอดสดทางช่อง 11 ประชาชนจะสามารถชมการถ่ายทอดสดได้อย่างเต็มที่เพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งฝ่ายค้านจะนำประเด็นนี้ไปโจมตีรัฐบาลอยู่ดีว่า ระหว่างที่กำลังพิจารณาประเด็นสำคัญๆ รัฐบาลกลับตัดสัญญาณ ทั้งๆ ที่ฝ่ายค้านก็รู้ดีอยู่แล้วว่าจะมีการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธี