เสี่ยรถหรูเข้าให้ปากคำ ยอมชำระค่าปรับระงับคดีเลี่ยงภาษี ดีเอสไอแจ้งเพิ่ม 2 ข้อหา โทษเล็กน้อยจำคุกไม่เกิน 3 ปี
นายนฤนาท และนายธนันท์ ควรสวัสดิ์ ผู้ต้องหาคดีรถหรูเลี่ยงภาษีศุลกากร โดยทั้ง 2 คนเป็นเจ้าของรถหรู 6 คันที่ถูกเพลิงไหม้ที่จังหวัดนครราชสีมา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ได้แจ้ง 2 ข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ร่วมกันทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต
ส่วนการขอระงับคดี ตามพรบ.ศุลกากร ใช้มาตรฐานการชำระภาษีโดยยกทรัพย์ให้เป็นของแผ่นดินและชำระภาษีและค่าปรับในส่วนที่หลบเลี่ยง ซึ่งกฎหมายกำหนดค่าปรับสูงสุด 4 เท่าของราคารถ โดยกรมศุลกากรจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาค่าปรับ แม้จะยอมรับค่าปรับโดยดีแต่ก็ไม่สามารถลดค่าปรับให้ต่ำกว่า 2 เท่าจากราคารถได้ ทั้งนี้ การขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ ที่ร่วมหลบเลี่ยงภาษีตามมาตรา 27 ยังดำเนินต่อไป นอกจากนี้ผู้ต้องหาได้ยื่นหลักฐานการเงินว่าประกอบธุรกิจหมู่บ้านจัดสรร เพื่อต่อสู้ว่า มีฐานะเพียงพอในการครอบครองรถหรู
จากนั้นพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้รับมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู สปอร์ต และเบนซ์ สปอร์ต ซึ่งพนักงานสอบสวน สน. ตลาดพูล ตรวจยึดแล้วส่งให้ดีเอสไอตรวจสอบหลักฐานการนำเข้าและการชำระภาษี





