"ดีเอสไอ" ออกหมายเรียกญาติใกล้ชิด "สมีคำ" ให้ปากคำรอบสอง ระบุหากไม่ให้ความร่วมมือต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของอดีตพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ กล่าวว่า ในวันนี้ (2ส.ค.)พนักงานสอบสวนจะส่งหมายเรียกถึง นายรัตน์ และนางสุดใจ รวมทั้ง นายสุริ สุขผล น้องชายของนายวิรพลซึ่งมีใบหน้าคล้ายกันนั้น เพื่อให้เดินทางมาพบเพื่อตรวจดีเอ็นเอ และให้ปากคำเกี่ยวกับทรัยพ์สมบัติทั้งหมดที่นายวิรพลซื้อให้ครอบครัว อาทิ บ้านหรูมูลค่าหลายล้านบาท รถยนต์หรูอีกหลายคัน ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางครอบครัวของนายวิรพลยังไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอดีตพระวิรพล ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็จะยังคงพยายามเชิญตัวครอบครัวของนายวิรพลนี้มาพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ได้ หากยังไม่มาอีกก็ต้องมาตรการทางกฎหมายต่อไป
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการติดตามตัวนายวิรพลที่ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาให้กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ดีเอสไอได้ประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองและศุลการักษ์(Immigration and Customs Enforcement หรือ ICE) และสำนักงานสอบสวนความมั่นคงภายใน (Homeland Security Investigations หรือ HSI) เป็นที่เรียบร้อยโดยส่งเอกสารหมายจับและประวัติของนายวิรพลไปหมดแล้ว ขณะนี้รอเพียงการประสานข้อมูลที่ชัดเจนจากทางการสหรัฐฯเกี่ยวกับแหล่งอาศัยของอดีตพระวิรพล คาดว่าสัปดาห์จะมีความชัดเจนมากขึ้น
ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์หรูโรสลอยด์ 3 คันที่จอดอยู่ภายในโรงรถภายในสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม โดยพบว่ารถยนต์ทั้ง 3 คันติดแผ่นป้ายทะเบียนเพียงคันเดียว และขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งหมายเรียกตัวเจ้าของโรสลอยด์ที่มีทะเบียนดังกล่าวมาสอบปากคำแล้ว ซึ่งเป็นเสี่ยเจ้าของร้านประดับยนต์และล้อแม็กซ์รายใหญ่ ย่านรามอินทรา เบื้องต้นเสี่ยคนดังกล่าวอ้างว่าโรสลอยด์ที่มีชื่อครอบครองได้ขายต่อให้กับอดีตพระวิรพลไปแล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับรถยนต์ที่มีชื่อนายวิรพลนั้นจนถึงขณะนี้ตรวจพบเพียง 80 คันและถูกแจกจ่ายไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ





