วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสนอผ่าทางตันการเมืองชะลอนิรโทษกรรม

เสนอผ่าทางตัน "ชะลอ" นิรโทษกรรม แนะทุกพรรคถก "เงื่อนไข-ขอบเขต"

ในการเสวนาหัวข้อ "นิรโทษกรรม...ทำเพื่อใคร" จัดโดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย เมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) ผู้ร่วมเสวนาจากหลายฝ่ายได้เสนอให้รัฐบาลชะลอการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมในสภาผู้แทนราษฎรเอาไว้ก่อน เพื่อให้ทุกฝ่ายได้หารือกันอย่างตกผลึกถึงเงื่อนไขและขอบเขตการนิรโทษ

นายโคทม อารียา จากศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า อยากให้พรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์คุยให้เข้าใจตรงกันในหลักการเกี่ยวกับการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยเฉพาะหากวันที่ 7 ส.ค. ร่างที่เสนอโดย นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ผ่านวาระแรกไปได้ ก็ให้ไปคุยกันในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ ว่า กลุ่มเป้าหมายที่สมควรได้รับการนิรโทษควรเป็นกลุ่มใด จากนั้นในวาระ 2-3 ค่อยมาหารือรายละเอียดว่าจะนิรโทษกรรมอย่างไร

"อยากเสนอให้นำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับญาติวีรชน และฉบับอื่นๆ มาประกอบการพิจารณาร่วมกัน และเห็นว่าการนิรโทษกรรมควรแบ่งเป็นช่วงเหตุการณ์ที่เกิดการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงต้องหารือเกี่ยวกับการรวมหรือไม่รวมกับกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดคดีความมั่นคง และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (ว่าด้วยการหมิ่นสถาบัน) ด้วย หากดำเนินการตามนี้ได้จะนำไปสู่ปรองดองสมานฉันท์"

นายอดุลย์ เขียวสมบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา'35 กล่าวว่า หากพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วก่อให้เกิดความแตกแยก ทำไมเราไม่หยุดไว้ก่อนแล้วให้สังคมตัดสิน การโยนเข้าไปในสภาด้วยเสียงข้างมากทำได้แน่นอน แต่จะทำให้เกิดความขัดแย้งบานปลายออกไปอีก แต่หากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนเข้าไป เราสามารถกำหนดเวลาให้ทุกพรรคมาคุยกันก่อนได้ หากทุกคนเห็นด้วยก็ทำให้จบไปทีเดียว 3 วาระรวดก็ได้

"ขอเรียกร้องให้ชะลอหรือหยุดไว้ก่อน และผมไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ (พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551) ในการควบคุมการชุมนุม แทนที่จะส่งเสริมให้เขาชุมนุมโดยสงบ อารมณ์จะได้ลดลง แต่กลับใช้กฎหมายแบบนี้ แล้วบ้านเมืองจะปรองดองได้อย่างไร"

นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคได้เสนอให้มีการถอนร่างกฎหมายปรองดองที่อยู่ในวาระการประชุมสภาออกมาทั้งหมดก่อน จากนั้นมาตั้งหลักแล้วเดินตามแนวทางของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และ สถาบันพระปกเกล้า ในการค้นหาความจริงเสียก่อน เพราะการออกกฎหมายต้องคืนความเป็นธรรมในสิ่งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และการนิรโทษกรรมต้องไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม รวมทั้งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย แต่วันนี้ยังไม่มี

คำแนะนำของ คอป. ก็ปรากฏ ในกรณีของประชาชนที่อาจจะมีความผิด ให้อัยการใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้อง เช่นเดียวกับประชาชนที่มีความผิดเล็กน้อย เช่น ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐก็มีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้ว แต่ถ้ากระทำเกินกว่าเหตุก็ไม่ควรนิรโทษกรรม และที่ทุกคนกล่าวหาว่ารัฐบาลในขณะนั้นเป็นผู้สั่ง ก็น่าจะให้ทั้งสองฝ่ายเข้ากระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ปากกล้าขาสั่น

"อยากให้อัยการสั่งฟ้องเร็วๆ แล้วมาค้นหาความจริงกัน เพราะความผิดเกิดจากชายชุดดำที่ส่งไปฝึกที่เขมรแล้วส่งมาก่อเหตุ ขณะนี้เกิดหักหลังกันเรื่องค่าจ้างและกำลังจะเปิดโปง โดยเราจะได้รู้ความจริงเร็วๆ นี้ รวมทั้งได้กระชากหน้ากากของผู้ที่บอกว่าไม่มีชายชุดดำ" นายถาวร ระบุ

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับของนายวรชัย เนื้อหาไม่ต่างจากร่างอื่นๆ ที่มีการเสนอกันก่อนหน้านี้ ดังนั้นแปลว่าร่างของนายวรชัยเป็นเพียงร่างผ่อนคลายความรู้สึกของพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง แปลว่าทั้งหมดคือเรื่องการเมือง หลักการสำคัญเรื่องนิรโทษกรรมคือต้องไม่ออกมาแล้วกระทบสิทธิของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น แม่น้องเกด นางนิชา หิรัญบูรณะ ภรรยาของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 เพราะว่าคนเหล่านั้นควรได้รับรู้เรื่องราวที่แท้จริงว่าคนในครอบครัวเสียชีวิตจากฝีมือใคร และจะต้องไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม

"ขอถามว่าใครที่ผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้รับนิรโทษกรรมด้วยหรือไม่ ถ้าได้แล้วจะตอบประชาชนที่รักในหลวงอย่างไร คุณไปเอากฎหมายอะไรมาเป็นหลัก ควรจะต้องคุยกันให้เยอะก่อน การที่วันดีคืนดีมีเสียงข้างมากแล้วจะออกกฎหมายล้างผิดให้ทั้งหมด โดยบอกว่าเป็นนิติรัฐ นิติธรรม กฎหมายเป็นใหญ่ แต่กฎหมายเป็นใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายนั้นถูกต้อง ทำให้บ้านเมืองสงบ การพิจารณาตอนนี้จึงไม่เหมาะสม"

นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ นางสาวกมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตจากเหตุวุ่นวายทางการเมืองเมื่อ 19 พ.ค. 2553 กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของนายวรชัย แม้ได้ประกาศทางสื่อว่าจะนิรโทษกรรมประชาชนทุกกลุ่ม แต่เมื่อไปดูปรากฏว่ามีการนิรโทษกรรมทหารและตำรวจด้วย จึงยอมไม่ได้ เท่ากับจะนิรโทษกรรมเหมาทั้งหมด

"ดิฉันจะไม่ยอมให้นิรโทษกรรมทหารทั้งหมด แต่ต้องแยกแยะในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ดังนั้นเจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และหากร่างของประชาชน (ญาติผู้เสียชีวิตได้ร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนด้วย) ได้มีส่วนเข้าสู่การพิจารณาของสภา อาจเป็นทางเลือกทางหนึ่งที่สามารถลดความขัดแย้งได้"

นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดาของผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 กล่าวว่า หลักการคือขยายฐานครอบคลุมประชาชนให้มากที่สุด แต่การกระทำผิดต่อชีวิตไม่สามารถนิรโทษกรรมให้ใครได้ เพราะไม่มีใครเอาชีวิตใครมาคืนให้กันได้ ส่วนกรณีความผิดต่อทรัพย์ของเอกชนก็ให้นิรโทษกรรม แต่ให้สิทธิเอกชนที่จะสามารถไปฟ้องร้องทางแพ่งได้ การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่ทำเกินกว่าเหตุจะไม่นิรโทษกรรม เช่นเดียวกับผู้มีอำนาจสั่งการ สำหรับการกระทำของแกนนำผู้ชุมนุม มองว่าแกนนำคือประชาชนคนหนึ่ง แต่เมื่อขึ้นมาเป็นแกนนำแล้วต้องรับผิดชอบ โดยจะต้องนำแกนนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ขณะที่ นายวรชัย เหมะ กล่าวว่า ที่บอกว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถูกต่อต้านนั้น จริงๆ แล้ว ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน (โพลล์) ที่ออกมา พบว่า ประชาชนถึงร้อยละ 60 ต้องการให้มีการนิรโทษกรรม แล้วยังมองข้ามชอตที่เสนออยู่ในขณะนี้ไปด้วย เพราะว่าประชาชนบอกให้เหมาเข่งทั้งหมด นี่คือความรู้สึกประชาชน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เป็นฝั่งที่คัดค้านมาตลอด แต่วันนี้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ก็ไม่ต่อต้าน แต่คนที่ต่อต้านคือพรรคประชาธิปัตย์