วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อดีตปธ.สภายื่นให้ถอนก.ม.นิรโทษ-ปรองดอง

"อุทัย"ยื่นขอให้ส.ส.ถอนพ.ร.บ.นิรโทษกรรม-ปรองดอง เตือนอย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า ชี้ปชป.ปลุกประชาชนต้านนอกสภา

นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และส.ส. เพื่อเสนอให้ถอนญัตติทั้ง 2 รูปแบบ คือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ออกจากสภาเพื่อให้เกิดความสามัคคี และความปรองดองอย่างจริงใจ นายอุทัย กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนและผู้มีอำนาจในแผ่นดินกำลังสับสนในสถานการณ์บ้านเมืองเรื่องความสามัคคี ได้เสนอมาตรการสร้างความปรองดองในชาติด้วยการเสนอร่าพงร.บ.ปรองดอง และนิรโทษกรรม ซึ่งตนเห็นว่าปัจจุบันสังคมไทยยังเป็นปกติ ดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมี พ.ร.บ.ทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าว ซึ่งหากสภาจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วมีคนออกมาต่อต้านจะเป็นการหักด้ามพร้าด้วยเข่า จะก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมมากขึ้น โดยผู้ที่ต้องคดีและถูกคุมขังในเกตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง 200-300 คน ที่ระบุว่าจะได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายดังกล่าวความจริงเขาไม่ใช่อาชากร แต่ออกมาชุมนุมในฐานะประชาชนผู้รักชาติ ซึ่งสามารถประกันตัวได้และเร่งกระบวนการยุติธรรมให้เร็วขึ้นได้ จึงไม่อยากให้เอาประชาชนทั้งชาติมาเป็นตัวประกัน

นายอุทัย กล่าวว่า ตนเป็นห่วงสถานการณ์ เพราะจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมก็ทำให้คนที่ต่อต้านออกมาชุมนุม ซึ่งจะทำให้สถานการณ์บานปลาย ก่อความเสียหายต่อประเทศชาติได้ สำหรับคนที่ยื่นร่างกฎหมายยังยืนยันจะเดินหน้านั้นก็เป็นสิทธิ์ เป็นแนวคิด แต่สภาจะต้องดูรอบด้านไม่ใช่เฉพาะจุดประสงค์ของผู้ยื่นอย่างเดียว ทั้งนี้ก็หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากทุกฝ่าย แต่จะมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ดุลยพินิจ เมื่อถามว่ามีการมองว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผลักดันเพื่อให้คนทางไกลได้ประโยชน์ นายอุทัย กล่าวว่า อย่าไปคิดกันถึงขนาดนั้น แต่อยากให้ดูว่าออก พ.ร.บ.ดังกล่าวทำให้เกิดความปรองดองดองจริงหรือไม่

เมื่อถามว่า มองการเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องคนออกมาชุมนุมนอกสภามากขึ้น นายอุทัย กล่าวว่า การปราศรัยบนเวทีอาจเป็นเพราะกลอนพาไป การเป็น ส.ส.จะต้องรู้ว่าตัวเองมีวงจำกัดแค่ไหน และพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคเก่าแก่ก็ควรทำเป็นตัวอย่าง บางครั้งก็ต้องกลืนเลือดตัวเองเหมือนกัน

จากนั้นนายอุทัย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายและแสดงความห่วงใยและขอให้ วุฒิสภาหาทางออก โดยนายนิคม กล่าวว่า ตนจะนำความเห็นของนายอุทัยที่ไม่เห็นด้วยกับเสนอการเสนอร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าวไปให้สมาชิกทั้งหมดได้รับทราบ โดยเฉพาะแนวทางการประกันตัวผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง แต่หากถึงทางตันก็ต้องออกกฎหมาย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการพิจารณากฎหมายอาจใช้เวลานานเพราะต้องผ่านทั้ง 2 สภา และอาจถึงตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งเมื่อถึงขั้นนี้ก็ไม่มีกำหนดเวลาว่ากฎหมายจะต้องแล้วเสร็จเมื่อไหร่