วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯลังเลลงพื้นที่เสม็ด!อภิสิทธิ์ตัดหน้า

ทีมงานนายกฯ รอ "ยิ่งลักษณ์" ตัดสินใจลงพื้นที่เสม็ด 3 ส.ค. หลังกลับไทยพรุ่งนี้ เหตุ "อภิสิทธิ์" ตัดหน้าลงก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐโมซัมบิก สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และสาธารณรัฐยูกันดา อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 ก.ค.- 2 ส.ค.ว่า วันนี้ (1 ส.ค.) เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรี และคณะ จะออกเดินทางจากอุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ ไปยังท่าอากาศยาน Dar es Salaam International Airport กรุงดาร์เอสซาลาม โดยเครื่องบินพิเศษที่รัฐบาลแทนซาเนียจัดให้

จากนั้นจะออกเดินทางต่อด้วยเครื่องบินพิเศษของการบินไทย ออกจากสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ไปยังเมืองเอ็นเทบเบ สาธารณรัฐยูกันดา เพื่อเยือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นประเทศสุดท้ายในการเดินทางเยือนประเทศในแถบแอฟริกาครั้งนี้ โดยเวลา 14.30 น.จะได้พบหารือทวิภาคีกับนายโยเวรี คากูทา มูเซเวนี ประธานาธิบดียูกันดา ณ ทำเนียบประธานาธิบดี และร่วมรับประทานอาหารค่ำ ที่ประธานาธิบดียูกันดาเป็นเจ้าภาพ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในเวลา 20.40 น. โดยนายกรัฐมนตรี และคณะจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 10.30 น.

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาระกิจนายกฯ หลังจากกลับมาประเทศไทยนั้น เบื้องต้นมีการเตรียมให้นายกฯลงพื้นที่ในการตรวจคราบน้ำมันที่ อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง ในวันที่ 3 ส.ค.

ทั้งนี้ มีการส่งทีมล่วงหน้าลงพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ขณะเดียวมีกระแสข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ ก็ลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ (2 ส.ค.)

"การที่นายอภิสิทธิ์ลงพื้นที่ก่อนเหมือนเป็นการช่วงชิงทางการเมือง ดังนั้นเรื่องการลงพื้นที่จึงอยู่ที่นายกฯตัดสินใจ เท่านั้น"ทีมงานนายกฯกล่าว

สำหรับบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้ ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล หน่วยปราบจลาจลจำนวน 3 กองร้อยๆละ 150 นาย เข้ามาประจำการเพื่อคอยดูแลรักษาความปลอดภัย ทั้งภายในและโดยรอบทำเนียบรัฐบาล โดยมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำประตูทางเข้าออกทุกประตู และจุดล่อแหลมต่าง ๆ อย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 อีก 3 กองร้อยเอาไว้ด้วย หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถที่จะส่งเข้ามาเป็นกำลังเสริมได้ทันที ซึ่งเป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยที่ ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.รส.กำหนด