"เลขาป.ป.ส."เยี่ยมเหยื่อลูกหลงวิสามัญนักค้ายา ยันช่วยเหลือเต็มที่ ด้านเหยื่อเข้าใจการทำงานตำรวจ ไม่คิดฟ้อง
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการป.ป.ส.ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการ น.ส.สมฤดี วนะวนานต์ อายุ 22 ปีนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพาณิชยการพระนคร เหยื่อลูกหลงการจับกุมยาเสพติดบริเวณสะพานเทวกรรม เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่พักรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ห้อง 904 จากนั้นได้เข้าเยี่ยมเด็กชายวัย 3 เดือน ที่พบอยู่ในรถของนายวาริศนนท์ เรืองกมล อายุ 32 ปี คนร้ายที่เสียชีวิต ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยเด็ก ชั้น 4 ตึกกุมารเวช
น.ส.สมฤดี เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกับเพื่อนเลิกเรียนไปนั่งทานข้าวที่ร้านอาหารห่างจากที่เกิดเหตุค่อนข้างไกล จากนั้นได้ยินเสียงปืนคิดว่าเป็นแค่เพียงเหตุทะเลาะวิวาท และไม่เห็นเหตุการณ์จึงวิ่งเข้าไปในร้าน จากนั้นได้รู้สึกว่าหน้าชา มีเลือดไหลออกมาจากแก้มได้ซ้ายไหลถูกเสื้อผ้าเป็นจำนวนมาก ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงปืนเป็นระยะ เจ้าของร้านได้เรียกรถป่อเต็กตึ้งนำส่ง รพ.หัวเฉียว ซึ่งตนเองมีสติรู้สึกตัวตลอด
น.ส.สมฤดี กล่าวว่า ตอนนี้แพทย์บอกว่ากระสุนเฉี่ยวแก้มถูกต่อมน้ำลายตอนนี้ยังรู้สึกๆชาๆ แต่ไม่เป็นอะไรมาก แพทย์บอกว่าหลังจากนี้ต้องทำศัลยกรรมผ่าตัดตกแต่งให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ตนเองเข้าใจการทำงานของตำรวจคิดว่าตำรวจคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ แต่อยากให้ตำรวจรับผิดชอบดูแลอย่างเต็มที่เนื่องจากตนเองต้องเจ็บตัวเพราะการทำงานของตำรวจ ทางตำรวจรับปากว่าจะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่าย และเงินชดเชย ซึ่งถ้าตำรวจรับผิดชอบตามที่บอกไว้ก็คงจะไม่มีการดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมาย
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะคนร้ายมีการยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือเป็นอันตรายใกล้ถึงแก่ชีวิตของผู้ปฏิบัติ ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีที่ น.ส.สมฤดี ไม่เป็นอะไรมาก แต่การบาดเจ็บก็เป็นผลพวงจากการทำงานของตำรวจ ยืนยันว่าจะดูแลอย่างเต็มที่ สำหรับการเยียวยานั้น น.ส.สมฤดี จะได้รับเงินเยียวยาผู้เสียหายจากคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือจากกองทุนป.ป.ส. จำนวน 50,000 บาท ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส.ถึงขั้นตอนการเข้าจับกุมคนร้าย ทราบว่ามีการซักซ้อมยุทธวิธีกันมาโดยตลอด ในส่วนของเด็กชายวัย 4 เดือน ที่อยู่ในรถของคนร้ายจากการตรวจสอบทราบแล้วว่าเป็นลูกของนายวาริศนนท์ คนร้ายที่เสียชีวิต โดยขณะนี้ยังไม่พบตัวแม่ของเด็ก จึงอยากขอประชาสมพันธ์ให้แม่ของเด็กมารับลูก เพราะตอนนี้ลูกต้องการแม่มาก และยืนยันว่าตำรวจจะไม่ดำเนินคดีกับแม่เด็กอย่างแน่นอนเพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยขณะนี้เด็กจะอยู่ในการดูแลของ รพ.ตำรวจ ไปก่อน ซึ่งขณะนี้เด็กมีสุขภาพดี มีเพียงผื่นแดงตามร่างกาย และมีรอยถลอกจากการถูกเศษกระจกบาดเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ตนได้ตั้งชื่อเด็กคนนี้ให้ว่า จูดี้ อีกด้วย
พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในการเข้าจับกุมคนร้ายทุกครั้งมีการคำนึงถึงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง สำหรับกรณีนี้ก่อนหน้านี้ตำรวจชุดจับกุมได้ติดตามคนร้ายตั้งแต่บริษัทนิ่มซี่เส็ง จำกัด ย่านสะพานขาว แต่ในจุดดังกล่าวมีคนพลุกพล่านจึงยังไม่ลงมือ กระทั่งเมื่อตามมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นว่ามีคนไม่พลุกพล่าน จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมแต่คนร้ายไหวตัวทันได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมก่อน จำนวน 7 นัด เจ้าหน้าที่จึงต้องยิงตอบโต้คนร้าย ซึ่งจุดที่น.ส.สมฤดีนั่งรับประทานอาหารอยู่ห่างจากจุดที่ตำรวจปฏิบัติการ 100 เมตร ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ากระสุนที่ถูก น.ส.สมฤดี เป็นของตำรวจหรือของคนร้าย ต้องรอตรวจสอบก่อน อย่างไรที่ผ่านมามีการทบทวนยุทธวิธีในการเข้าที่เกิดเหตุ หรือการเข้าจับกุมคนร้ายมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มีความห่วงใยเรื่องนี้ได้กำชับมายังตนให้ดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้กับ น.ส.สมฤดี อย่างเต็มที่ รวมถึงให้ทบทวนยุทธวิธีในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีความรัดกุมมากกว่านี้ด้วย





