"สาธิต"จวกภาครัฐ-ปตท. ปกปิดข้อมูลจริง น้ำมันรั่วที่ระยอง เชื่อรั่วไหลมากกว่า 70 ตัน ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว
นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์ท่อรับน้ำมันดิบกลางทะเลของของบริษัท พีทีที โกบอลเคมิคอล จำกัด(มหาชน) เกิดรั่วไหล ทำให้น้ำมันดิบไหลลงทะเลจำนวน 5 หมื่นลิตร ที่ มาบตาพุด จ.ระยองว่า ขณะนี้คราบน้ำมัน ทะลักเข้าสู่บริเวณชายหาดทั้ง เกาะเสม็ด หาดแม่รำพึง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยตนพยายามประสานงานกับ ปตท. และผู้ว่าราชการจังหวัดระยองแล้ว แต่กลับได้รับการปกปิดข้อมูลอ้างว่า แก้ไขสถานการณ์ได้แล้ว ซึ่งที่เหตุการณ์บานปลายเพราะไม่ได้มีการระดมความคิดในการแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงที จนคราบน้ำมันกระจายสู่ชายหาดและไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ และที่สำคัญ เชื่อว่าวันนี้ คงไม่สามารถสรุปความเสียหายได้ เนื่องจากทิศทางลม และคราบน้ำมันยังไม่หมดไปจากทะเล และที่อ้างว่าประมาณการรั่วไหลอยู่ที่ 70 ตันหรือ 70,000 ลิตร จะเท่ากับรถสิบล้อ 5-6 คัน ตนคิดว่าโกหก เพราะจำนวนการรั่วไหลดังกล่าว หากใช้สารเคมีเหมือนที่ทำอยู่ขณะนี้ ก็น่าจะสลายคราบน้ำมันดิบได้สำเร็จ แต่คราบน้ำมันกลับแผ่กระจายเป็นวงกว้างกระทบกับระบบนิเวศน์อย่างมาก ซึ่ง ทั้งหมดจึงเกิดจากความไม่โปร่งใสของภาครัฐ และการปกปิดความจริงของภาคเอกชน
นายสาธิต กล่าวว่า ปตท.ต้องให้เปิดเผยข้อมูลปริมาณการรั่วไหลที่แท้จริง ยังขาดการบูรณาการ ไม่มีแผนเฉพาะหน้าที่จะสกัดกั้นปัญหา ในขณะที่รัฐบาลโหลยโท่ย มัวแต่แก้ปัญหาทางการเมือง ทั้งที่การรั่วไหลน้ำมันไม่ได้เกิดที่ไทยเป็นที่แรก แต่ที่อเมริกา ประธานาธิบดีลงมาสั่งการด้วยตัวเอง แต่ประเทศไทยแค่หารัฐมนตรีลงไปสั่งการยังไม่ได้ เพราะนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ ก็ให้สัมภาษณ์ว่าควบคุมได้ ตนเห็นว่าพูดอย่างนี้ทุกครั้ง แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงทุกขณะ กระจายถึงบริเวณชายหาดแล้ว โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นตั้งแต่ 18.00 น.ของวันที่ 26 ก.ค.56 นับดูแล้วเป็นเวลาเกือบสามวันที่มีเวลาในการจัดการปัญหา แต่รัฐไม่ใช้อำนาจในการบูรณาการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ดังนั้นรัฐบาลต้องเป็นมืออาชีพ ไปบัญชาการที่จ.ระยอง อย่าให้ ปตท.แก้ปัญหาเอง เพราะเขาเป็นผู้สร้างความเสียหายและจะมีการปกปิดข้อมูล เพื่อปกป้องบริษัทตัวเองเนื่องจากเกรงว่าจะถูกประชาชนฟ้องร้อง จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปดูแล
ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมประมงพื้นบ้าน และเครือข่ายภาคประชาชน จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ปตท. และถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังปกปิด เหมือนกรณีเหมืองคริตตี้ที่จ.กาญจนบุรี ประชาชนจะฟ้องข้าราชการในฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งศาลปกครองสูงสุด เคยพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษต้องชดเชยความเสียหายให้กับประชาชน และตนจะเป็นทนายความให้กับสมาคมประมงพื้นบ้าน และเครือข่ายประชาชน เพื่อฟ้อง ปตท.ต่อศาลปกครองและศาลแพ่งต่อไป ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ ปตท.ต้องตั้งกองทุนขึ้นมาชดเชยความเสียหายที่จะต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายปี เพราะการท่องเที่ยวพังแล้ว นักท่องเที่ยวเช็คเอ๊าท์ออกจากที่พัก ผู้ประกอบการต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างน้อย 6 เดือน





