ดีเอสไอหอบหลักฐาน 15 แฟ้ม ส่งสำนวนเพิ่ม"พีซีซี-ผู้บริหาร"ฮั้วประมูล ทุจริตก่อสร้าง 396 โรงพัก อัยการนัดสั่งคดี 25 ก.ย.
พ.ท.ธีรวัฒน์ คงมนต์ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ระดับชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าพบนายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เพื่อส่งมอบสำนวนและพยานหลักฐาน จำนวน 15 แฟ้ม 4,809 หน้า คดีฮั้วประมูลในโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน จำนวน 369 แห่ง พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นต์ แอนด์ คอนตรัคชั่น จำกัด , นายพิบูลย์ อุดมสิทธิกุล ประธานบริษัท พีซีซีฯ และ นายวิศณุ วิเศษสิงห์ กรรมการผู้จัดการบริษัท พีซีซีฯ ผู้ต้องหาที่ 1-3 ในข้อหา โดยทุจริตร่วมกันเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐโดยรู้ว่าราคานั้นต่ำมากเกินกว่าปกติจนเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นไปตามลักษณะสินค้าหรือบริการ หรือเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐสูงกว่าความเป็นจริงตามสิทธิที่จะได้รับ โดยมีวัตถุประสงค์เป็นการกีดกันการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมและการกระทำเช่นว่าเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาได้ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 8
ด้านนายรุจ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 กล่าวว่า สำหรับสำนวนคดีฮั้วประมูลและคดีฉ้อโกงนั้น อัยการได้นัดฟังคำสั่งในวันเดียวกัน คือวันที่ 25 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. แต่การพิจารณาสั่งคดี อัยการคงจะไม่รวมสำนวนกัน เนื่องจากเป็นคนละประเด็นกัน ซึ่งสำนวนแรกบริษัทบีซีซีฯ ได้ฉ้อโกงค่าจ้างของบริษัทรับเหมาช่วง ขณะที่สำนวนที่สองเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ จึงเป็นคนละเรื่องกัน อย่างไรก็ตามผู้ต้องหายังไม่ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการแต่อย่างใด
พ.ท.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้ดีเอสไอ นำตัวผู้ต้องหา พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องส่งมอบให้อัยการพิจารณา ซึ่งคดีดังกล่าวกลุ่มผู้ต้องหาได้เสนอราคาในโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 แห่ง ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งต่ำกว่าราคากลางถึง 540 ล้านบาท ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามสัญญา โดยคดีนี้ได้แยกสำนวนเป็นคนละส่วนกับคดีฉ้อโกงซึ่งส่งสำนวนมอบให้อัยการไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนจะสามารถรวมสำนวนเป็นคดีเดียวกันหรือไม่นั้นขึ้นอยู่ที่อัยการพิจารณา
ส่วนคดีปลอมลายมือชื่อนั้น กลุ่มผู้ต้องหาได้ปลอมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการตรวจรับงาน และตรวจสอบพบว่ามีการปลอมลายมือล่วงหน้าถึง 1 ปี เพื่อเบิกเงินจากธนาคารล่วงหน้า โดยทางดีเอสไอกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งมอบให้อัยการได้ภายในเร็วๆนี้
พ.ท.ธีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนคดีที่มีนักการเมืองเกี่ยวข้องนั้น ดีเอสไอได้ส่งสำนวนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.แล้ว ในความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 157 ซึ่งใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบ ยุบสัญญาจากรายภาครวมเป็นสัญญาเดียว มีผู้ต้องหา 2 ราย คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี





