วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทูตสหรัฐฯพบรมว.ยธ. ปัดตอบถอนวีซ่า'สมีคำ'

ทูตสหรัฐ ปัดตอบถอนวีซ่า"สมีคำ" ด้านรมว.ยุติธรรม แนะให้สอบสวนจนสิ้นข้อสงสัย ขณะที่กลุ่มยุโรปแจง อดีตพระเณรคำไม่เคยทำวีซ่าเข้ายุโรป

นางคริสตี้ แอนด์ เคนนีย์ ( Kristie Anne Kenney ) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบนายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อเยี่ยมคารวะหลังรับตำแหน่ง โดยใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที โดยนางคริสตี้ กล่าวว่า สหรัฐฯมีความยินดีที่จะร่วมมือกับทางการไทยในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ซึ่งประเทศไทยถูกจัดลำดับให้เป็นประเทศต้องจับตามอง โดยนโยบายดังกล่าวนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯเคยหารือร่วมกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในการร่วมกันแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นางคริสตี้ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับกรณีที่ทางการไทยขอให้สหรัฐฯถอนวีซ่านายวิรพล สุขผล หรืออดีตเณรคำ พร้อมกันนี้ยังไม่มีการหารือในเรื่องดังกล่าวกับรมว.ยุติธรรมด้วย

ด้านนายชัยเกษม เปิดเผยว่า ขั้นตอนขณะนี้ยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่ปกติของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ซึ่งดีเอสไอได้ดำเนินการไประดับหนึ่ง และเห็นว่าควรรอให้มีการสรุปสำนวนก่อน ในฐานะอดีตอัยการสูงสุดมองว่าในทางปฏิบัติคือช่องทางการส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือการผลักดันกลับประเทศสามารถทำได้ทั้งสองทาง แต่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของจังหวะเวลา ขณะนี้ยังเป็นเพียงการประสานงานระหว่างทางการไทยและสหรัฐฯ

"ช่องทางการส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็สามารถทำได้แต่ต้องรอให้สำนวนเสร็จสิ้นก่อน ส่วนการผลักดันกลับประเทศขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ได้รับการประสาน เช่น หน่วยงานสากลที่เกี่ยวข้องขณะนี้ยังเร็วเกินไป เพราะอีกฝ่ายก็กำลังพยายามต่อสู้ ซึ่งต้องรับฟังทุกฝ่าย เพราะกระบวนการยุติธรรมต้องมีการรับฟังกัน อย่าคิดว่าสิ่งที่เห็นคือสิ่งที่ถูกต้องรอให้หมดข้อสงสัยก่อน หากทำมาแล้วออกไปอีกทางก็อาจจะหน้าแตกได้" รมว.ยุติธรรม กล่าว

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กล่าวว่า ล่าสุดกงสุลไทยประจำสหรัฐฯให้ข้อมูลกับดีเอสไอ ว่า ได้ส่งข้อมูลการถอนหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต) ไปให้หน่วยงานต่าง ๆ ในสหรัฐแล้ว ขณะเดียวกันยังได้รับการแจ้งจากสมาชิกกลุ่มชุมชนต่อต้านยาเสพติดและอาชญากรรมที่มีสมาชิกเป็นประเทศกลุ่มยุโรปยืนยันกลับมาว่าอดีตเณรคำไม่ได้มีการทำวีซ่าเข้ากลุ่มประเทศเหล่านี้อย่างแน่นอน