วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วัชระ'บอกดีเอสไอเล็งหมายจับ'ชวน-15ส.ส.ปชป.'

"วัชระ"แฉดีเอสไอ เล็งออกหมายจับ"ชวน-15 ส.ส.ปชป."หลังไม่รับข้อกล่าวหาคดีเงินบริจาคพรรค ยันเป็นข้อกล่าวหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนทราบมาว่าขณะนี้ข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บางคน วางแผนที่จะออกหมายจับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอีก15 คน อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จากการไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหา ในคดีบริจาคเงินให้พรรคซึ่งดีเอสไอดำเนินคดีอยู่

นายวัชระ กล่าวว่า ทั้งๆที่ข้อกล่าหาในคดีนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจโดยตรงในเรื่องดังกล่าว ก็ออกมายืนยันแล้วว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดที่บริจาคเงินให้พรรคไม่มีความผิด ตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง แต่ดีเอสไอกลับดำเนินการตามพ.ร.บ.ดีเอสไอ ซึ่งขณะนี้นายบัญญัตติได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษว่า การรับเป็นคดีพิเศษในคดีบริจาคเงินของประชาธิปัตย์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องมีการทบทวน เห็นควรให้ยุติเรื่อง และล่าสุดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ก็ได้ยอมรับกับกรรมาธิการงบประมาณปี 2557 แล้วว่า สาเหตุที่ดีเอสอรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เพราะมีฝ่ายการเมืองเข้าไปมีอำนาจในดีเอสไอ

นายวัชระ กล่าวว่า ขอความเป็นธรรมกับศาลไว้ล่วงหน้าว่า ให้ระมัดระวังจะตกเป็นเครื่องมือของดีเอสไอ ซึ่งถือว่ามีเจตนาไม่สุจริต การขอศาลออกหมายจับ ส.ส.ทั้ง 16 คนของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีความจำเป็น เพราะ ส.ส.ทุกคนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ใช่โจรผู้ร้ายที่หลบหนีคดีอาญาแผ่นดิน แต่การขอออกหมายจับนั้น ต้องการใช้หมายจับทำให้ ส.ส.ทั้ง 16 คนถูกคุมขัง ซึ่งจะต้องสิ้นสถานภาพ ส.ส. ตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์

“ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 16 คน ไม่มีความกังวลในกรณีนี้ และอยากท้าให้ดีเอสไอดำเนินคดีต่อ และตนเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้จะไปจบที่ศาลอาญา จึงอยากฝากถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน อดีตประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ , นายธาริต และกรรมการคดีพิเศษทุกคนว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะเอาคืนกับพวกท่าน ในข้อหาจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,200 และตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 104 ในความผิดสมรู้ร่วมคิดกับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.กลั่นแกล้ง ส.ส.ให้หมดสภาพความเป็น ส.ส.ซึ่งจะทำให้มีโทษเป็น 2 เท่า” นายวัชระ กล่าว