"อภิสิทธิ์"จี้"ยิ่งลักษณ์"สรุปบทเรียน 5 เดือน ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้อยู่ตรงไหน ย้ำต้องเป็นเอกภาพมากขึ้น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่ผู้ไม่หวังดีนำป้ายผ้าสีขาวเขียนข้อความเป็นภาษาไทยและภาษารูมี แขวนไว้ตามกิ่งไม้ริมถนนและสายไฟฟ้า รวมทั้งใช้สีสเปรย์พ่นข้อความไว้บนราวสะพานและกลางถนน ในพื้นที่ 8 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 38 จุด โดยแยกเป็นอำเภอตากใบ 2 จุด ระแงะ 3 จุด เมืองนราธิวาส 5 จุด สุไหงปาดี 12 จุด แว้ง 2 จุด เจาะไอร้อง 1 จุด จะแนะ 1 จุด และอำเภอบาเจาะ 12 จุด ซึ่งมีใจความว่า “ทหารตำรวจออกไปถ้าจะเห็นความสงบที่แท้จริง กูเกลียดคนหลอกลวง ไอ้วี ไอ้ดอน กูกลับมาแล้ว ออกไปถ้าจะดูประชาชนอยู่สบาย”ว่า ตอนนี้หลายฝ่ายได้ทดสอบการพูดคุย ซึ่งการพูดคุยต้องมีความระมัดระวังสูง ต้องปรับระบบการทำงานให้มีคณะทำงานชุดเล็ก เพื่อไปตกลงกันให้ได้ มีการมาทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องสรุปบทเรียน 5 เดือน ที่ยังมีปัญหาว่าอยู่ตรงไหน ต้องมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น หากสามารถทำให้การแสดงออกโดยการให้ข่าวที่เป็นระบบ ก็จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ขณะนี้มีปรากฏการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน คือ 1. การเขียนป้ายผ้าและพ่นสเปรย์ เรียกร้องให้มีการถอนเจ้าหน้าที่ออกมาจากพื้นที่ 2. เหตุการณ์การยิง การระเบิด ก็ยังมีขึ้นอยู่เกือบทุกวัน แต่กลับกลายเป็นว่ามีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำ 3.จะเริ่มเห็นบทบาทขององค์กรอย่างเช่น OIC และประเทศอื่นๆ ที่ต้องมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้มากขึ้น
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทำงานต้องมีการปรับ เช่น ต้องมีคณะทำงานชุดเล็ก ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ การแสดงความไว้เนื้อเชื่อใจ การมีเจตนาดีในการที่จะพูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่าย ตรงนี้เราก็ไม่เคยเห็นภาพที่มันชัดเจน ต้องมาประเมินกันตลอดเวลาว่า สถานการณ์ที่มีข่าวเกิดเหตุอย่างนี้มันเกิดจากอะไร ความเข้าใจผิด หรือมันเป็นคนนอกกลุ่ม แต่ประเด็นคือ ขณะที่ฝ่ายเขานั้น วิธีการสื่อสารเช่น สื่อสารไปยังทางมาเลเซีย สื่อสารไปบนยูทูป แล้วก็มีการแถลงอย่างเป็นเรื่องเป็นราวของ OIC อย่างนี้เป็นต้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การวางท่าทีที่เหมาะสม เพื่อยังยืนยันว่าปัญหานี้ เป็นปัญหาภายในประเทศ ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรปล่อยให้ทางฝ่ายบีอาร์เอ็น ไปใช้เวทีสาธารณะ เวทีระหว่างประเทศอยู่ฝ่ายเดียว แล้วก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ส่วนการที่ OIC เริ่มเข้ามาแสดงความคิดในเรื่องนี้ เห็นว่าเขาติดตามมาตลอดอยู่แล้วแต่อะไรก็ตามที่เป็นการพยายามขับเคลื่อนไปสู่การยกระดับปัญหา เราต้องชี้แจงบนพื้นฐานข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าตรงกับที่รัฐบาลไทย หลายสมัยได้ยืนยันเอาไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นับตั้งแต่ที่เข้าสู่เดือนรอมฎอน เกิดความรุนแรงขึ้นร่วม 20 ครั้ง เมื่อเทียบกับเดือนรอมฎอนปีอื่นๆ ก็มีเหตุการณ์ไม่เกิน 60 ครั้ง เรื่องนี้มีการประเมินอย่างไร ผู้นำฝ่ายค้านฯกล่าวว่า คงต้องรอให้ครบเดือน แต่ว่าสิ่งที่คงจะพูดได้ก็คือว่า ยังไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนขนาดนั้น ที่จะบอกว่ามันลดลง เป็นผล เพราะฉะนั้นบอกว่า จริงๆ แล้วตั้งแต่แรก ควรจะมีลักษณะของการมากำหนดเกณฑ์ กำหนดแนวทางในการประเมิน บังเอิญแต่ละเหตุในการนับนั้น ความจริงไม่ว่าจะเป็นปี 52 หรือปีปัจจุบัน หรือปีระหว่าง 2 ปีนี้ ต้องยอมรับว่า เหตุการณ์การยิงบางครั้งนั้นอาจจะไม่เกี่ยวถูกมั้ยครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงอันนี้ แต่ว่าระบบการประเมินคืออะไร แล้วก็พอเกิดเหตุขึ้น มีการยืนยัน ตรวจสอบร่วมกันได้ไหมว่า ผู้เสียชีวิตนั้น เป็นบุคคลที่ไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์หรือเปล่า เกี่ยวแล้วมันมีความเป็นไปได้จากการกระทำอันน่าจะเป็นจากฝ่ายไหนอย่างไร





