"อภิสิทธิ์"ระบุเรื่องเข้าสู่วาระพิจารณาเข้าสภา 1 ส.ค. แนะแถลงผลงานก่อน อย่านำปมขัดแย้งเข้าสภา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทางบูลสกาย เคเบิ้ลทีวี ถึงการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 1 ส.ค.ว่า จุดยืนของประชาธิปัตย์คือ รัฐบาลควรแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีก่อน การแถลงผลงานยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะเมื่อครบ 2 ปีรัฐบาลก็ต้องเตรียมทำรายงานครบ 2 ปี มาให้เราอีก การแถลงผลงานถือเป็นโอกาสที่จะให้สมาชิกสภาสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล รัฐบาลก็ควรจะรับฟังและชี้แจง แล้วก็ดูว่าเมื่อสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างนี้แล้ว งานของสมัยประชุมน่าจะเดินอย่างไร ส่วนเรื่องของกฎหมายนิรโทษกรรม ควรจะพักไว้ก่อน แล้วก็เอาเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องวิธีการจัดสรรนโยบายงบประมาณ มาว่ากันไปตามปกติ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า จะเปิดประชุมสมัยสามัญวันที่ 1 ส.ค.ซึ่งก็ตรงกับวันพฤหัสบดี ซึ่งจะเปิดมาด้วยเรื่องของกระทู้ถามสด แล้วต่อด้วยกระทู้ถามทั่วไป หลังจากกระทู้ถามทั่วไปซึ่งปกติจะเสร็จ แต่ก็มีประเด็นอยู่ว่า จะมีการพิจารณาอะไรต่อหรือไม่ หากไปเริ่มต้นเรื่องใหม่โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ มันไม่จบ และพอจบตรงนั้นแล้ว บางครั้งวิปจะเสนอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระ ซึ่งอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลง แล้วก็มีผลในการพิจารณาวันนั้นเลย เพราะข้อบังคับของสภาระบุว่าถ้าเป็นเรื่องกฎหมาย เลื่อนขึ้นแล้วให้พิจารณาในครั้งต่อไป คือ เขาไม่ต้องการให้กฎหมายซึ่งเป็นเรื่องที่สมาชิกต้องดูรายละเอียด หยิบขึ้นมาแล้วพิจารณากันเลย ถ้าหยิบขึ้นมาก็ต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกกลับไปดู แล้วมาประชุมครั้งต่อไป ถึงจะเริ่มต้นได้ แต่ข้อบังคับนั้นก็มีข้อยกเว้นคือ สมมติว่าอยากจะทำจริงๆ หยิบกฎหมายขึ้นมาพิจารณาเลย ก็ต้องขอยกเว้นข้อบังคับ ซึ่งถ้าเขาขอยกเว้นข้อบังคับ ก็จะต้องใช้มติ 2 ใน 3 ซึ่งบางทีรัฐบาล หรือฝ่ายไหนก็ตามก็จะมีปัญหาในการได้เปรียบตรงนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า โดยหลักแล้ววิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลต้องหารือร่วมกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปกติแล้ว ถ้าหารือร่วมกันคุยกันรู้เรื่อง ก็ไม่ต้องลงมติ แต่ส่วนใหญ่พอเป็นเรื่องที่มีปัญหาก็จะคุยกัน แล้วก็ตกลงกันไม่ได้ ทางวิปก็มักจะบอกว่าให้สภาตัดสิน ก็คือเสียงข้างมากดังนั้นวันที่ 1 ส.ค.นี้ เท่าที่ฟังเสียงตอนนี้ เหมือนกับอาจจะเป็นเรื่องกระทู้ถามอย่างเดียว เพราะดูเหมือนทุกคนจะพุ่งเป้าไปวันที่ 7-8ส.ค.และวันที่ 14-15 ส.ค.ว่า จะเอาเรื่องไหนอย่างไรก่อน
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า แต่ตามวาระที่เรียงไว้แล้ว เรื่องที่มาอันดับ 1 คือ กฎหมายของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เพราะในปลายสมัยประชุมครั้งที่แล้ว สภาได้มีมติเลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แต่ปกติแล้วถ้ามีเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ปกติจะบรรจุไว้ก่อน เพราะกฎหมายจะได้เสร็จ คือกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ก็จะเอามาก่อน เพื่อจะได้ส่งต่อไปให้วุฒิสภาได้พิจารณา ดังนั้นกฎหมายที่คาดว่าจะมีรายงานของกรรมาธิการเสร็จ น่าจะเป็นกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้าน
"ในเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม อาจจะต้องดูว่านิรโทษกรรมใคร เพราะมีความหลากหลายของกฎหมายหลายฉบับ และตกลงจะเอากฎหมายฉบับไหนก่อน ฉบับไหนหลัง ส่วนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมหมายของนายวรชัยนั้น ก็จะมีประเด็นเพิ่มเติมอีกว่า เพราะมีกฎหมายที่อ้างว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันอีก 6 ฉบับ ที่รออยู่ ไม่รู้จะพ่วงเข้ามาด้วยหรือไม่ อันนั้นก็เป็นประเด็น"นายอภิสิทธิ์ กล่าว





