ดีเอสไอประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 20 ประเทศ ส่ง"สมีคำ" กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าหลังกรมการกงสุลมีหนังสือแจ้งการเพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก(หลวงปู่เณรคำ)ว่า ในช่วงเย็นวันนี้ (20 ก.ค.) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ จะนำหนังสือขอความขอร่วมมือทางการสืบสวนเพื่อเดินหน้าการผลักดันตัวนายวิรพลกลับมาดำเนินคดีประเทศไทยมาให้ตนเซ็นรับรอง เพื่อส่งไปยังหน่วยงานด้านความร่วมมือทางอาชญากรรมระหว่างประเทศที่มีสมาชิกรวม 20 ประเทศเพื่อให้ช่วยผลักดันตัวนายวิรพลกลับประเทศไทย โดยทันทีที่เปิดทำงานในสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะเร่งส่งหนังสือถึงหน่วยงานต่าง ๆจนครบ
ด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ของสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุโรป เพื่อขอความร่วมมือสืบสวนหาตัวนายวิรพล ภายหลังกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้เพิกถอนหนังสือเดินทางแล้ว นอกจากนี้จะส่งสำเนาหมายจับที่ระบุข้อหาพร้อมตำหนิ รูปพรรณสัณฐานของนายวิรพลไปให้กับตม. อีก 20 ประเทศด้วย เพื่อขอให้ดำเนินการติดตามคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ และขอข้อมูลในการสืบสวนหาตัว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้รับความร่วมมือในการผลักดันตัวนายวิรพลออกนอกประเทศ เนื่องจากคดีมีการกระทำความผิดคดีอาญาค่อนข้างชัดเจนใน 3 ข้อหาคือ ฉ้อโกงประชาชน ด้วยการลงข้อความอันเป็นเท็จ เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากผู้เยาว์ จนทำให้ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ดังนั้น ถือว่าคดีมีความแตกต่างจากคดีของนายวินัย ละอองสุวรรณ หรืออดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่ได้มีการกระทำผิดอาญาที่เป็นข้อหาสากล
ขณะที่พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับการติดตามรถยนต์จำนวนหลายคันที่นายวิรพลครอบครองล่าสุด เจ้าของรถเบนซ์ มายบัค คันที่เคยปรากฏเป็นข่าวว่าเคยขายให้กับนายวิรพลและนายวิรพลขับไปจอดไว้ภายในสำนักสงฆ์ขันติธรรม ได้แสดงตัวขอเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับการครอบครองรถคันดังกล่าวในวันที่ 24 ก.ค.นี้ โดยเบื้องต้นพบข้อมูลว่านายวิรพลได้ติดต่อขอซื้อรถคันดังกล่าวจากผู้ขาย แต่ใช้ไปได้เพียงระยะหนึ่งกลับอ้างว่าไม่มีเงินผ่อนชำระจึงนำมาขายคืนให้ ซึ่งผู้ขายก็รับรถกลับคืนมา แต่ประเด็นดังกล่าวยังถือพิรุธเนื่องจากนายวิรพลไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน แต่กลับพบว่าหลายครั้งมีการซื้อรถยนต์และขายคืน แล้วก็ซื้อใหม่โดยบางครั้งซื้อเป็นล็อต ครั้งละไม่ต่ำกว่า 6 คัน ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อและขายคืนรถเหล่านี้ผู้ประกอบการรถเช่นที่จ.อุบลราชธานี ได้เก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ สามารถตรวจสอบนำไปตรวจสอบเพื่อขยายผลถึงพฤติกรรมต้องสงสัยในการซื้อและขายรถคืนจำนวนมาก





