วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.รับทราบ'นายกฯ'นั่งประธานกปต.

ครม.รับทราบคำสั่งนายกฯปรับตำแหน่งกปต. "ยิ่งลักษณ์" นั่งประธาน "ประชา-นิวัฒน์ธำรง-พงศ์เทพ-เฉลิม" นั่งรองประธาน

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ในที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการแต่งตั้งปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) ทั้งหมด 27 องค์ประกอบ คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการ และกรรมการประกอบด้วย รมว.กลาโหม รมว.ต่างประเทศ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.คมนาคม รมว.พาณิชย์ รมว.มหาดไทย รมว.กระทรวงยุติธรรม รมว.ศึกษาธิการ รมว.อุตสาหกรรม รมช.กลาโหม เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง กรรมการและเลขานุการ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเลขาธิการกองอำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เป็นคำสั่งที่ลงนามวันที่ 19 ก.ค.56

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า ที่ประชุมครม.ยังได้รับทราบนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระหว่างปี 55-57 มีวัตถุประสงคค์รวม 9 ข้อ ประกอบด้วย 1.เพื่อให้สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความปลอดภัยและสงบสุขภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทานเข้าใจเข้าถึงพัฒนาและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2.เพื่อขจัดและไม่ให้เกิดเงื่อนไขที่หล่อเลี้ยงและเอื้อให้เกิดความรุนแรงจากทุกฝ่าย 3.เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ และเพื่อฟื้นความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนและระหว่างประชาชนด้วยกันเอง 4.เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับศักยภาพในพื้นที่ 5.เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ และเพิ่มความตระหนักการอยู่รวมกันภายใต้ความหลากหลาย 6.เพื่อให้สังคมไทยเกิดการรับรู้เข้าใจในสถานการณ์ที่เป็นจริง 7.เพื่อให้สังคมภายนอกประเทศสนับสนุนการแก้ไขปัญหา 8.เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้อต่อการพูดดคุยในการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง และ 9.เพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างมีระบบ มีเอกภาพ มีประสิทธิภาพ มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และวางอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน