วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประพันธ์'แฉเลือกตั้ง54ถูกล็อบบี้ให้ลาออก

กกต.เปิดใจก่อนหมดวาระ"ประพันธ์"แฉเลือกตั้ง 54 มีคนล็อบบี้ให้ลาออก "อภิชาต"โล่งไม่เคยคิดจะอยู่ครบเทอม เหตุเจออุปสรรค

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดโครงการสัมมนาสื่อมวลชน ประจำปี 2556 "7 ปี กกต.บนกระแสและสายน้ำประชาธิปไตย" โดยมี กกต. ทั้ง 5 คน นำโดย นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน เข้าร่วมงาน โดยนายอภิชาต กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.นี้ ตนและกกต.ทั้ง 4 คน ก็จะต้องหมดวาระในการทำงานไป แม้ตลอดการทำงานจะต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีการวางประทัดยักษ์หน้าบ้านพักของประธานกกต. รวมไปถึงกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของกกต.บุกมาเผาโลงศพที่หน้าสำนักงานฯ จึงไม่เคยคิดว่ากกต.ชุดของเราจะสามารถปฏิบัติงานจนครบเทอม

แต่ท้ายที่สุดก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ด้วยดี แต่ก็สามารถผ่านพ้นมาได้ อีกทั้งนานาชาติ ก็ยังแสดงความชื่นชมกกต.ที่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งด้วยความโปร่งใส แทบจะไม่มีชาติใดมาตำหนิว่ากกต.ทำงานบกพร่องเลย ทั้งนี้เชื่อว่าไม่เกินเดือนธ.ค.นี้น่าจะได้กกต.ชุดใหม่ที่เข้ามาทำงานสานภารกิจต่อจากกกต.ชุดนี้ จึงหวังว่ากกต.ชุดใหม่จะช่วยรักษามาตรฐานนี้ไว้ เพื่อช่วยกันสร้างประเทศให้ก้าวหน้าและพัฒนา

นายอภิชาต ระบุต่อว่า อยากเห็นสังคมไทยกลับมาสู่สังคมที่มีแต่ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักและสามัคคีต่อกัน ไม่แบ่งค่ายแบ่งฝ่ายหรือแบ่งสีเสื้อ เพราะทุกคนสามารถมีความคิดเห็นที่แตกต่างได้ แต่ไม่ควรเป็นศัตรูกันเพราะความเห็นต่าง ควรคิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ประชาธิปไตยจะแท้จริงได้ถ้าประชาชนมีส่วนร่วม ท้ายที่สุดแล้วอยากให้กกต.ได้เป็นที่พึ่งของประชาชนไม่ต่างจากศาลยุติธรรม เพราะเราทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใด และกล้ายืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นอำมาตย์ตามที่ใครๆกล่าวหาอย่างแน่นอน

"สดศรี" ยังไม่มั่นใจอยู่ครบวาระหรือไม่

ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต. กล่าวว่า ที่ผ่านมา กกต.มักถูกดึงเข้าไปโยงกับพรรคการเมืองต่างๆ แต่ก็ กกต.พยายามดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด การทำงานของ กกต.จะอยู่รอดหรือไม่ เหลืออีก 2 เดือนก็ไม่รู้ว่ามีอะไรจะเกิดขึ้น จะอยู่ครบ 7 ปีหรือไม่ยังไม่รู้เพราะตอนนี้ทำงานมาแล้ว 6 ปี 10 เดือน การทำงานของกกต.ไม่เคยแบ่งเพศ แบ่งสี หรือแบ่งค่าย และการวินิจฉัยคดีต้องไม่มีสีใด กกต.จะต้องสามารถให้คำตอบและอธิบายเหตุผลให้ประชาชนได้รับทราบว่าเหตุใด จึงตัดสินเช่นนั้นซึ่งถือเป็นเกราะป้องกัน เราเจอวิกฤติการณ์มากมาย แต่ถือเป็นเรื่องปกติ เราไม่เข้าข้างใคร 7 ปีแม้จะมีสิ่งที่กระทบกระเทือนเกิดความหวั่นไหว เราจะต้องอยู่ให้ครบ แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เราจะท้อแม้ไม่ได้ เพราะนั่งบนหลังเสือแล้วก็จะออกไม่ได้ การทำงานถือว่าทำด้วยความเป็นกลางเท่าที่จะทำได้ เราจะไม่เล่นกับการเมืองและการเมืองก็คงไม่กล้ามาเล่นกับเราเช่นกัน"นางสดศรี กล่าว

"ประพันธ์"แฉเลือกตั้ง54 ล็อบบี้ให้ลาออกจากกกต.

ด้านนายประพันธ์ นัยโกวิทกกต.กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ตั้งใจมาเป็นกกต.แต่ได้มาเป็นเพราะที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้เลือกให้มาดำรงตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจ และตั้งปณิธานไว้ว่าจะทำงานกกต.ไม่ให้เสื่อมเสีย ซึ่งผ่านมา 7 ปี ก็คิดว่าสามารถทำได้ตามที่เคยตั้งใจไว้ เพราะเราทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม และที่สำคัญในการทำงานที่ผ่านมาตนจะพยายามเลี่ยงที่จะไม่พูดพาดพิงให้กระทบกับความรู้สึกหรือความหวั่นไหวของนักการเมือง พรรคการเมือง แต่ในช่วงเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 3 ก.ค. 54 มีคนมาติดต่อขอพบแล้วขอให้ขอลาออกจากการเป็นกกต. โดยระบุว่าถ้าไม่ลาออกจะถูกเล่นงานอย่างหนักแน่ ถือได้ว่ากกต.ชุดนี้ถูกกดดันมากที่สุด

นายประพันธ์ กล่าวว่า คิดว่าการเลือกตั้งทั่วไปไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เพราะไม่มีเหตุการณ์ใดที่จะต้องจัดการเลือกตั้ง และรัฐบาลก็ยังเหลือวาระในการทำงานอีก 2ปี หากมีเหตุใดรัฐบาลก็ปรับคณะรัฐมนตรี แต่คงมีอย่างเดียวคือการเดินออกมาใส่หน้ากากแล้วมีเหตุทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้ง

นายประพันธ์ ยังกล่าวเสริมกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญยกฟ้องกรณียุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เรื่องดังกล่าวหลายฝ่ายมักมองในเรื่องของเงื่อนเวลา แต่ถ้าหากไปดูกระบวนการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลได้มีการรับคำร้อง และมีการสืบพยานข้อเท็จจริงในทุกขั้นตอน อีกทั้ง หากไปดูคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการเสียงข้างมาก จะเห็นได้ว่าตุลาการเสียงข้างมากยกคำร้องเพราะข้อเท็จจริงไม่ปรากฎมูลความผิด