"สุขุม" บุกทำเนียบฯ ร้องนายกฯ ขอความเป็นธรรมคดี"สมีคำ" บอกมีคลิปสนทนาเตรียมเผยแพร่สื่อ
นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานองค์กรเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ลูกศิษย์ของอดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมและเป็นหลักฐานในคดีนายวิรพล สุขพล หรือ อดีตพระวิรพล(อดีตหลวงปู่เณรคำ) โดยได้มอบหลักฐานในคดีข่มขืนกระทำชำเรา เด็กอายุ 13 ปีที่อดีตหลวงปู่เณรคำถูกต้องข้อกล่าวหาอยู่ โดยนายสุขุม กล่าวว่า ได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายของหลวงปู่เณรคำกับพระสุริ สุขผล(นายสุริ สุขผล) ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าหลวงปู่เณรคำมีน้องชายบวชอยู่ที่วัดเดียวกันมาก่อน ซึ่งในคดีข่มขืนกระทำชำเรา เป็นภาพที่ปรากฏในอินเตอร์เน็ต และได้รับการพิสูจณ์ว่าเป็นเรื่องจริงนั้นเป็นภาพจริง แต่ไม่ใช่ภาพของอดีตหลวงปู่เณรคำ ซึ่งเป็นภาพของอดีตพระสุริ ซึ่งขณะนี้ได้ปาราชิก จากความเป็นพระไปแล้ว และอดีตหลวงปู่เณรคำได้ขับออกจากวัดไปแล้ว ทั้งนี้นายสุริ ยินดีออกมาขอโทษประชาชนที่ต้องทำให้พุทธศาสนามัวหมอง และยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย ดันนั้นเพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้จึงอยากให้ดีเอสไอ ดำเนินการเรียกนายสุริ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วน้องชายของอดีตหลวงปู่เณรคำจะออกมาชี้แจงเมื่อใด นายสุขุม กล่าวว่า ขณะนี้นายสุริ อาศัยอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี แล้วจะออกมาชี้แจงเมื่อไหร่ ก็อยากจะขอให้ดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินการเรียกตัวมา
เมื่อถามต่อว่า ถ้ายืนยันแน่ชัดแล้วเหตุใดจึงไม่ออกมาชี้แจงด้วยตัวเอง นายสุขุม กล่าวว่า ไม่ใช้หน้าที่ของเรา เพราะตรงนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เพราะที่ผ่านมาไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดีเสียก่อน ซึ่งเรื่องนี้ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีก็ยืนยันว่าอดีตพระเณรคำมีน้องชายจริง และ อยากให้นายสุริออกมาชี้แจง เพื่อไม่ให้พี่ชายเดือดร้อน ทั้งนี้หลวงปู่เณรคำยังยืนยันว่าจะกลับมาประเทศไทยในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ตามเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเดินทางไปหาอดีตหลวงปู่เณรคำที่ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ นายสุขุม กล่าวว่า มีสื่อมวลชนเป็นสถานีโทรทัศน์ชื่อดังติดต่อเข้ามา ซึ่งให้ตนพาไปสัมภาษณ์อดีตหลวงผู้เณรคำที่สหรัฐฯ โดยได้รับปากไปแล้ว โดยมีคลิปเสียงการพูดคุยกับอดีตหลวงปู่เณรคำถึงกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่และพร้อมที่จะเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนภายใน1-2 วันนี้ แต่ขอหารือกับคณะทำงานอีกครั้งหนึ่งก่อน





