วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลอนุญาตฝากขัง2ผู้ต้องหาคดีบึ้มหน้าราม

ศาลอนุญาตฝากขังครั้งแรก"2 ผู้ต้องหา"ตามหมายจับคดีบึ้มหน้ารามคำแหง43/1ตร.หัวหมาก พร้อมค้านประกัน ชี้คดีร้ายแรงกลัวหนี

พ.ต.ท.โกเมน สุภาพ พนักงานสอบสวนสน.หัวหมาก ได้ควบคุมตัว นายอัฟฟาฮัม สะอะ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 65 ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และนายอิดริส สะตาปอ อายุ 24 ปี บ้านเลขที่18 หมู่ 4 ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาคดีวางระเบิด หน้าปากซอยรามคำแหง 43/1 มาฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 - 27 ก.ค.นี้ เนื่องจากรอสอบปากคำพยานอีก 9 ปาก และรอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง , ผลการตรวจชันสูตรบาดแผล และผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติต้องโทษผู้ต้องหา

โดยพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากกเป็นการกระทำความผิดที่อุกอาจและเป็นคดีร้ายแรงมีอัตราโทษสูง ประกอบกับเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี

ขณะที่คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.56 เมื่อเวลา 20.40 น.นายอัฟฟาฮัม ผู้ต้องหาที่ 1 และนายอัดริส ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ร่วมกับ นายคัมคีร์ ลาเต๊ะ ,นายอิลรอเฮ็ง แวแม และนายฮาเล็ม มะลี ทำการประกอบวัตถุระเบิดและนำไปวางไว้บริเวณจุดทิ้งขยะหน้าร้านทำผมออกัส ใกล้ปากซอยรามคำแหง 43/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จนเกิดระเบิดขึ้นจำนวน 1 ครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย และมีร้านค้าแผงลอย อาคารบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหาย เป็นเงินทั้งสิ้น 402,000 บาท หลังเกิดเหตุระเบิดผู้ต้องหาทั้งหมดพากันหลบหนีไป ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายอัฟฟาฮัม ผู้ต้องหาที่ 1 นายอิดริส ผู้ต้องหาที่ 2 กับพวกรวม 5 คน ไว้แล้ว

กระทั่งเมื่อวันที่ 15 ก.ค.56 เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันจับกุม นายอัฟฟาฮัม สะอะ ผู้ต้องหาที่ 1 ตามหมายจับศาลอาญา จ.1216/2556 ลงวันที่ 11 ก.ค.56 และนายอิดริส สะตาปอ ผู้ต้องหาที่ 2 ตามหมายจับของศาลอาญา จ.1217/2556 ลงวันที่ 11 ก.ค.56 ข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่นและเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ผู้อื่น, ร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิด(ระเบิดแสวงเครื่อง) ที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร โดยชั้นจับกุมและสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้