"ถาวร"จี้นายกฯแสดงจุดยืนปฏิเสธแถลงการณ์บีอาร์เอ็น ผนวก"อ.สะเดา"รวมเป็นพื้นที่ไม่สงบ ยันเป็นพื้นที่ไร้เหตุรุนแรง
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่มาเลเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นจะลดความรุนแรงใน 3 จ.ชายแดนใต้ในช่วงรอมฏอน โดยรวม อ.สะเดา จ.สงขลาเข้าไปด้วยว่า ขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสมช.ออกมาแสดงจุดยืนปฏิเสธบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็นที่มีการผนวกเอา อ.สะเดา จ. สงขลา รวมเข้าไปในพื้นที่ที่ก่อความไม่สงบ เนื่องจากจะส่งผลผูกพันถึงการเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนหรือเขตปกครองพิเศษที่เป็นจุดหมายของบางฝ่าย ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยมีเหตุรุนแรง ไม่เคยใช้กฎหมายความมั่นคง ไม่เคยประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.กฉุกเฉิน และ จ.สงขลา สถานการณ์ความรุนแรงค่อย ๆ ลดลง ถึงขนาดเอาพื้นที่อำเภอจะนะ และอำเภอนาทวี ออกจากการควบคุมของฝ่ายความมั่นคงแล้ว โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของพลเรือนและตำรวจเท่านั้น นอกจากนี้ในพื้นที่อำเภอสะเอามีพี่น้องมุสลิมไม่เกิน 20 % และมีจำนวนน้อยมากที่พูดภาษมลายู ส่วนใหญ่เป็นเชื้อชาติไทย เชื้อชาติไทย-จีน อีกทั้งที่สะเดามีด่านสองด่าน คือ ด่านปาดังเบซาร์ และสะเดา ซึ่งกำลังจะขยายอีก 700 กว่าไร่ มีการส่งสินค้าเข้า-ออกมูลค่าราว 5 แสนล้านต่อปี เป็นเมืองเศรษฐกิจมีนักท่องเที่ยว 2 ล้านคนต่อปี
นายถาวร กล่าวว่า แถลงการณ์ดังกล่าวมีหลายประเด็นที่ทำให้ตนวังกล คือ มีการใช้คำว่าหยุดยั้งการปฏิบัติการก้าวร้าวรุกรานทั้งหมดกับฝ่ายไทย ขณะที่ฝ่ายบีอาร์เอ็นระบุว่าให้ใช้ดุลพินิจไม่ก่อความรุนแรง เท่ากับกล่าวหาว่าไทยเป็นผู้ที่ก่อความรุนแรงเท่ากับกล่าวหาว่าไทยเป็นผู้ที่ก่อความรุนแรง สอดรับกับสิ่งที่มีการแถลงกล่าวหาไทยผ่านยูทูปว่าไทยเป็นนักล่าอาณานิคมชาวสยาม การใช้ตัวสะกดในพื้นที่ 3 อำเภอแตกต่างจากภาษาอังกฤษที่ไทยใช้ คือ จะนะ ใช้คำว่า เชนะ เทพาใช้คำว่า ติบา และ สะบ้าย้อย ใช้คำว่า เซบาย่า ก็เป็นสิ่งที่พวกตนไม่สบายใจ เพราะเมื่อมองในเชิงลึกยังมีความพยายามผนวกจังหวัดสตูลในการแบ่งแยกดินแดนหรือกำหนดเป็นเขตปกครองพิเศษด้วย ตนจึงขอเรียกร้องว่า รัฐบาลต้องออกมาปฏิเสธว่าแถลงการณ์ดังกล่าวไม่ผูกมัดที่จะต้องปฏิบัติร่วมกัน และไทยไม่เคยเป็นนักล่าอาณานิคม โดยผู้ที่จะต้องปฏิเสธคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพล.ท.ภราดร ในฐานะหัวหน้าคณะผู้เจรจา มิเช่นนั้นปัญหาที่สร้างขึ้นจากนโยบายกำปั้นเหล็กสมัยพี่ชายจะกลับมา
นายถาวร กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขคือ ต้องมีความเป็นเอกภาพในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ หรือ ก.พ.ต.มี 17 กระทรวงแต่ปี 2554 ประชุมเพียงครั้งเดียว ปี 2555 ประชุมเพียง 4 ครั้ง ปี 2556 ยังไม่มีการประชุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงอยากให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ดูแลปัญหาภาคใต้ จะต้องยึดหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ที่ต้องทำควบคู่กับการเจรจา ขอเรียกร้องว่านายกฯอย่าเอ้อระเหยต้องแสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ปัญหาภาคใต้ อย่าลอยตัวไม่รับผิดชอบ ตนรับไม่ได้สำหรับคนเป็นนายกฯไม่ใช่เป็นผู้หญิงแล้วไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่คนเป็นนายกฯจะต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ซึ่งการเดินทางไปพบประธานโอไอซีที่ตุรกี ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่ได้ทำ รวมถึงการกระจายงบประมาณไม่ให้กระจุกตัวอยู่ที่ กอรมน.เพียงอย่างเดียว
"ผมขอตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลกำลังสมรู้ร่วมคิดกับการผนวกอ.สะเดาเข้าไปในพื้นที่ไม่สงบที่เจรจากันหรือไม่ เพราะผมทราบมาว่า พล.ท.ภราดรและคณะกรรมการกฤษฎีกาได้อ่านแถลงการณ์แล้วและนายกฯรับทราบแล้ว ซึ่งคนทางใต้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.56 วันนี้วันที่ 16 ก.ค.56 สี่วันแล้วรัฐบาลยังนิ่งเงียบไม่แก้ไข ไม่ชี้แจง ต้องถามว่ารัฐบาลนี้ตั้งใจจะให้เสียดินแดนหรือไม่ ซ้ำเติมสถานการณ์หรือเปล่า การนิ่งเฉยไม่โต้แย้งในฐานะรัฐไทยเป็นการสมยอมกันหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลต้องรีบปฏิเสธเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะหากไม่ปฏิเสธเท่ากับยอมรับแถลงการณ์ดังกล่าว"นายถาวร กล่าว





