วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กอ.รมน.ผุดแผนสันติสุข4567 รับ'รอมฎอน'

กอ.รมน.ผุดแผน"สันติสุข 4567"รับ"รอมฎอน" ลั่นไม่ประมาท ประกาศหยุดยิง ชี้ 40 วันบทพิสูจน์"บีอาร์เอ็น"

พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนงานโฆษกกระทรวงกลาโหม สารสนเทศ และกิจการพลเรือน ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ และแถลงข่าวการแก้ไขปัญหาความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ จันทรา รองอธิบดีกรมโยธาและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พ.อ.ยุทธ พรหมพงษ์ ผู้แทนจากสำนักนโยบายและแผน กระทรวงกลาโหม พ.อ.จรูญ อำภา ที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายวิชช์ จีระแพทย์ อธิบดีอัยการ สำนักงานวิชาการ สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.อ.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนจาก 3 เหล่าทัพ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งที่ 4

พ.อ.บรรพต กล่าวว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้จัดทำแผนสันติสุข 4567 เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงานของกำลังในพื้นที่ในห้วงเดือนรอมฎอน โดยมุ่งหมายให้พื้นที่มีความปลอดภัยสูงสุดด้วยการเพิ่มระดับความเข้มข้นในการปฏิบัติการเชิงรับ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อจำกัดเสรีการปฏิบัติของผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่ให้ก่อเหตุในห้วงเวลาสำคัญ โดยเพ่งเล็งไปที่กลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ และสถานที่ราชการสำคัญ พร้อมกับอำนวยความสะดวกประชาชนในพื้นที่ในการปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งนี้จากแผนงานการปฏิบัติภารกิจพิเศษเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหา ทางศูนย์สันติสุขได้สกัดการบ่มเพาะในสถานศึกษาจำนวน 48 โรงเรียน ซึ่งผลการประเมินระดับความพึงพอใจของเด็กและเยาวชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง ส่วนแผนงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ เราสามารถสร้างมวลชนจากงานยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก โดยประชาชนพึงพอใจที่ได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งจากการติดตามผลผู้ใช้ยาเสพติดในระดับไม่รุนแรงที่ผ่านเข้าโครงการสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้มากถึง 70 % ส่วนการต่อสู้เพื่อเอาชนะการจัดตั้งเขตอำนาจรัฐซ้อนระดับหมู่บ้านในพื้นที่ เราได้กำหนดความเร่งด่วนในปี 56 จำนวน 136 หมู่บ้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน และประชาชนมีคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และหมู่บ้านจัดตั้งลดลง

พ.ต.อ.อนุชา กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยตามแผนงานเพื่อให้เกิดสันติสุขในช่วงเทศกาลรอมฎอน โดยกำหนดห้วงเวลาระหว่างวันที่ 24มิ.ย.-23ส.ค.56 โดยเน้นการดำเนินการต่อเป้าหมายทุกภาคส่วน นำกำลังปฏิบัติทางยุทธวิธีเน้นงานรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินตามมาตรการเชิงรับ ส่วนปฏิบัติการเชิงรุกพร้อมกดดันพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนวัตถุระเบิด ยาเสพติด จัดชุดปฏิบัติการค้นหาสืบทราบติดตามจับกุมผู้กระทำผิด ทั้งนี้ทางทางเราได้รับมอบภารกิจให้สนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชน จัดกิจกรรมรวมพลังมวลชนสร้างกระแสให้เดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งความดี และลดระดับการปฏิบัติการ เชิงรุกทางยุทธวิธี เปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างกับรัฐกลับสู่มาตุภูมิ และปรับจุดตรวจจุดสกัดเป็นจุดอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนตั้งแต่ 6 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป

นายวิชช์ กล่าวถึงปัญหาการยกฟ้องคดีก่อการร้ายในพื้นที่ภาคใต้ว่า เป็นเรื่องที่หนักใจมาก เพราะคดีที่มีประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมที่มาเบิกความในศาลส่วนใหญ่เป็นพยานบอกเล่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอในการดำเนินคดีกับจำเลยและยังขาดวัตถุพยานและพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ขาดความเชื่อมโยงต่อคดี จึงทำให้คดีเกี่ยวกับความมั่นคงกว่า 50-60เปอร์เซ็นต์ต้องยกฟ้องไป อยากจะเสนอให้ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นแม่งานตั้งคณะทำงานเพื่อบูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาดูแลกระบวนการคุมครองพยานในชั้นศาลเพราะบางครั้งพยานไม่กล้ามาให้ปากคำในชั้นศาล เนื่องจากเกรงว่าครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่จะได้รับอันตราย จึงอยากเสนอให้รัฐบาลเห็นความสำคัญเรื่องนี้ด้วยการกันพยานออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ซึ่งในต่างประเทศเขาก็ทำกันแต่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ส่วนผู้ต้องหาที่หลุดคดีไปนั้นอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อหาพยานหลักฐานมาเพิ่มเติมโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งหาวัตถุพยานที่สำคัญมาดำเนินคดีเพื่อป้องกันการยกฟ้อง ทั้งนี้อยากให้ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงมีความเข้มข้นมากขึ้นต้องเอาตัวผู้ต้องหามาลงโทษให้ได้ โดยกรมอัยการสูงสุดได้ตั้งสำนักงานคดีฝ่ายความมั่นคงขึ้นที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 9 โดยเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค. 2556 ซึ่งคัดเลือกอัยการที่เก่งที่สุดมารับผิดชอบคดีเหล่านี้โดยเฉพาะคดีการลอบวางระเบิดซึ่งต้องดำเนินคดี โดยไม่ปล่อยให้หลุดคดีไปได้ง่ายๆ