วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ย้ำให้งบกทม.ทำไมอีก โปรเจคป้องน้ำท่วมได้

"ปลอดประสพ"ยันไม่ให้งบประมาณบริหารจัดการน้ำแก่กทม.ที่ขอมา2.2หมื่นล้าน เพราะโครงการป้องกันน้ำท่วมได้"จะให้กทม.อีกทำไม"

จากกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ของบวงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท จากโครงการการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้เงินป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯนั้น

นายปลอดประสพสุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกบอ.กล่าวถึงกรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัท ผู้ว่าฯกทม.ออกมาระบุว่าโครงการของรัฐบาลไม่ได้ป้องกันน้ำท่วมกทม.ว่าโครงการนี้ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือกทม. เนื่องจากมีการปลูกป่าและสร้างเขื่อนกักในพื้นที่ต้นน้ำ ทำแก้มลิง ขุดลอกคูคลองในช่วงกลางน้ำ และพื้นที่ปลายน้ำ ก็มีการสร้างฟลัดเวย์ เพื่อระบายน้ำออกด้านข้างกทม. ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ จะทำให้น้ำผ่านกทม.ไม่เกิน 3,500 ล้าน ลบ.ม. น้ำจึงไม่ท่วมกทม.

"ส่วนการที่ไม่ได้ให้งบประมาณการบริหารจัดการน้ำแก่กทม.นั้น เนื่องจากเป็นผู้ดำเนินการโครงการอยู่แล้ว จะให้กทม.อีกทำไม ยืนยันว่าโครงการนี้สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ทั้งหมด ส่วนที่ระบุว่ากทม.ต้องการให้มีการระบายน้ำ 375 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่เมื่อรัฐบาลไม่ให้งบประมาณมา ก็ไม่สามารถทำได้นั้น ก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯกทม. เคยบอกว่าจะไม่ให้น้ำผ่านกทม.แล้วเหตุใด จึงต้องมาของบประมาณในส่วนดังกล่าวอีก อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือร่วมกันหรือไม่นั้น นายปลอดประสพระบุว่าที่ผ่านมา ก็มีการพูดกันผ่านสื่ออยู่แล้ว แต่อาจจะมีการส่งจดหมายเชิญให้มีการหารือร่วมกัน"นายปลอดประสพ กล่า

ประธานกบอ.กล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคชาติไทยพัฒนาออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจนายปลอดประสพ ที่ไปตำหนิกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าไม่ให้ความร่วมมือเรื่องการบริหารจัดการน้ำนั้นเป็นเพียงการพูดคุยภายในพรรคที่มีการแสดงความคิดเห็นของส.ส.ภาคอีสาน ที่ถามว่าทำไมทางพรรคจึงไม่เอากระทรวงเกษตรฯมาดูจะได้ช่วยเหลือชาวนา ชาวไร่ ซึ่งก็ตอบเพียงว่าเห็นด้วย ซึ่งเป็นการพูดถึงการฟอร์มรัฐบาล เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ก็ชี้แจงไปแล้วว่า ขณะนี้ก็มีนายวราเทพ รัตนากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ และรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมข้าวอยู่ ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องไปทวงคืน เพราะไม่ใช่ของใคร และก็ไม่เคยไปตำหนิว่าล้มเหลว อย่างที่ผ่านมาช่วงฤดูแล้ง ก็มีการจัดการที่ดี ยืนยันว่ายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ ส่วนกับนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ใจ เพราะเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของตน จึงรู้จักตนดี แต่หลักสำคัญอยู่ที่ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง