วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร้องดีเอสไอถูก'เวิลด์ฟรีดอม ซัคเซซ'หลอก

ผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่ร้องดีเอสไอถูกบ.เวิลด์ฟรีดอม ซัคเซซ หลอกระดมทุนขายเฟรนไชส์สินค้าสมุนไพรเพื่อสุขภาพเสียหาย20ล้าน

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่าในวันนี้(11 ก.ค.) ผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่นับร้อยจากหลายจ.เชียงใหม่ เชียงราย กรุงเทพ สมุทรปราการ นครศรีธรรมราช สระแก้ว นครปฐม ได้เข้าร้องเรียนต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัท เวิลด์ฟรีดอม ซัคเซซ จำกัด ซึ่งมีนายเริงชัย สุ่มมาตย์ หรือนายพิตรพิบูล พิบูลมงคลสกุล เป็นกรรมการ มีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายและผู้บริโภคในการระดมทุนเพื่อขายสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพและสินค้าที่แพงกว่าท้องตลาด โดยไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการขายสินค้าแต่เน้นระดมทุนจากสมาชิก โดยใช้ธุรกิจขายตรงบังหน้าและดำเนินกิจกรรมหลอกลวงประชาชนหลายกรณี ทั้งหลอกลวงให้ร่วมลงทุนกับบริษัทโดยไม่ต้องไปขายสินค้าก็ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผล และให้ไปหาสมาชิกใหม่มาร่วมลงทุน โดยผู้บริหารบริษัทจะให้เงินค่าขยายเฟรนไชส์ร้านค้า 2,500 บาทต่อสาขา , ได้เงินจากการบริหาร 5 % จากการระดมทุนของเดือนนั้น ๆ

พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวอีกว่า ในการระดมทุนจากสมาชิกเพื่อให้เปิดเฟรนไชส์ร้านค้า เป็นเงิน 30,000-50,000 บาท จะได้สิทธิประโยชน์ที่จะให้เงินค่าแนะนำตัวเองคืน 2,000 บาท ให้เงินปันผลคืนเดือนละ 1,000 บาท โดยสินค้าที่นำมาขายเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สัมพันธ์กับราคา และไม่มีการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เช่น เครื่องดื่มผลไม้รวม ยี่ห้อทริปเปิ้ล-เอ แต่ตัวสินค้าเป็นเครื่องดื่มผลไม้อีกยี่ห้อหนึ่ง ถือเป็นการลักลอบผลิตกล่องสินค้าของบริษัทอื่นๆแล้วนำสรรพคุณมาอวดอ้าง นอกจากนี้ในส่วนของสินค้าประเภทสบู่ก็มีการนำเสนอสรรพคุณเกินจริงและราคาแพงเช่นกัน ที่สำคัญสินค้าต่าง ๆ มีการโฆษณาเกินจริงทำให้ประชาชนหลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสินค้าด้านสุขภาพ

พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวต่อว่ายังพบบริษัทดังกล่าวมีการระดมทุนซื้อแพ็กเก็ตซิมโทรศัพท์มือถือด้วย โดยให้ค่าตอบแทนอาทิ ลงทุน 2,500 บาท ซื้อซิมโทรศัพท์แบบเติมเงินจะได้เงินคืน 100 บาท เป็นเวลา 60 เดือน พร้อมกันนี้ยังมีสินค้าอีกหลากหลายรายการที่นำมาหลอกให้ร่วมลงทุน เช่น แป้งเด็ก, เครื่องสำอาง นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น, แชมพูปิดผมขาว, แชมพูเปลี่ยนสีผม, ครีมอาบน้ำ, โลชั่น, ยาสีฟันสมุนไพร สำหรับพฤติกรรมที่พบในระยะแรกจะได้รับเงินปันผลตามที่ได้ตกลงไว้ แต่ต่อมาจะไม่โอนเงินให้กับผู้เสียหายอีก

ดังนั้น ดีเอสไอเห็นว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงประชาชน ตามความผิดหลายฐานความผิดทั้ง กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, ฉ้อโกง, ผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายซึ่งอาหารปลอม, ก่อให้บุคคลอื่นเกิดความเข้าใจผิดในคุณภาพ พ.ร.บ. อาหาร พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ประกอบพ.ร.บ.เครื่องสำอาง จึงจะเร่งดำเนินการติดตามผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป เบื้องต้นทราบว่านายพิตรพิบูล ได้หลบหนีไปหลังจากหลอกลวงผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 500 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท