วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ภักดีหาญส์'ยันรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาหนี้ปชช.

"ภักดีหาญส์"ยันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจเรื่องหนี้ของประชาชน ชี้หนี้ภาคครัวเรือนในรัฐบาลชุดนี้ต่ำกว่ารัฐบาล "อภิสิทธิ์" แน่

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งอีเมล์ถึงผู้สื่อข่าวผ่านสำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาลเพื่อชี้แจงถึงกรณีที่นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเงา แถลงข่าวถึงกรณีที่หนี้ภาคครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ เรียกร้องให้รัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหาหนี้ภาคประชาชนที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลตั้งใจที่จะทำให้ประชาชนเป็นหนี้และเสพติดนโยบายประชานิยม ก่อนที่จะออกนโยบายล้างหนี้อีกรอบ

โดยรองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า กรณีหนี้สินของประชาชนรัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ เราดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างเต็มที่ รัฐบาลยืนยันว่าทุกนโยบายที่รัฐบาลได้ให้สัญญากับประชาชนไว้นั้น รัฐมุ่งดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ได้เสนอออกมาเล่น ๆ ทั้งนโยบายกองทุนหมู่บ้าน โครงการพักชำระหนี้ ซึ่งตอนนี้ก็ดำเนินการอยู่ ไม่ได้พับเก็บอย่างที่นายสรรเสริญกล่าวหา โดยเฉพาะโครงการพักชำระหนี้ที่พักหนี้ให้กับประชาชนที่มีความเดือดร้อนเร่งด่วนและมีปัญหาการชำระหนี้ เพื่อเป็นการดูแลปัญหาภาระหนี้สินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง และบรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงินให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม ไม่ได้ออกนโยบายประชานิยมมาปูทางให้ประชาชนเป็นหนี้ เพื่อที่จะใช้นโยบายล้างหนี้ในการหาเสียงในครั้งต่อไป รัฐบาลมีความคิดพอที่จะรู้ว่าอะไรดี หรือว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ ซึ่งสามารถลดปัญหาภาระหนี้สินของประชาชนลงได้ ซึ่งตอนนี้เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เศรษฐกิจไทยอยู่ในเชิงบวกจากโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง แม้เศรษฐกิจโลกจะยังผันผวน การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง และอนาคตหนี้สินครัวเรือนก็จะลดลงมาจากเดิม

กรณีที่นายสรรเสริญบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนกำหนดเป็นวาระแห่งชาตินั้น อยากจะถามว่ามันสำเร็จไปได้ขนาดไหน หลายนโยบายในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่คิดมาเพื่อจะลดหนี้สินหรือแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน ที่ผ่านมาในการทำงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หมดไปกับการประดิษฐ์คิดค้นชื่อนโยบายต่าง ๆ ให้สวยหรูและติดหูประชาชนโดยที่ความจริงแล้วนโยบายเหล่านั้นก็คือนโยบายประชานิยมแบบเก่า ในชื่อใหม่ ซึ่งผลประโยชน์ตกไม่ถึงประชาชนเลย ไม่ได้มุ่งเน้นในการทำงานจริง เห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่มีนโยบายใดที่นำไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ มีแต่เพียงนโยบายแบบประชานิยมหาเสียง ได้แต่ทำให้ประชาชนทั้งเกษตรกร คนงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยเป็นหนี้ ต้องหันมาพึ่งพิงธนาคาร นายทุนเงินกู้ เศรษฐกิจโดยรวมไร้ความสมดุล ขาดประสิทธิภาพ การแข่งขันในตลาดโลกจึงเป็นเรื่องที่ยาก

อย่างไรก็ตาม ตนยังเชื่อว่าหนี้ภาคครัวเรือนในรัฐบาลชุดนี้ต่ำกว่ารัฐบาลของยุคนายอภิสิทธิ์แน่ เพราะรัฐดำเนินการอย่างจริงจัง ทุกนโยบายที่คิดมาเพื่อช่วยลดหนี้สิน ลดความยากจนของประชาชน เกิดขึ้นจริงและส่งผลจริง เพราะฉะนั้นอย่าเอารัฐบาลนายอภิสิทธิ์มาเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดนี้ นโยบายเราต่างกัน ชั้นเชิงในการทำงานก็ย่อมต้องต่างกัน เปรียบเทียบกันไม่ได้ คุณควรหันไปดูว่าความจริงแล้วนั้นคุณช่วยประชาชนได้มากน้อยเพียงใด หรือไม่ได้ช่วยพวกเขาเลย