วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พงศ์เทพ'รออีก2สถาบัน ก่อนชงสภาแก้รธน.

"นักวิชาการ"ยังกั๊กเสนอผลศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ฟันธงแนะรัฐบาลเลือกเอง "พงศ์เทพ"รออีก 2 สถาบัน ก่อนเสนอสภาพิจารณา

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากผลการศึกษาของ 3 สถาบันการศึกษาคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ใน 3 ประเด็นคือ 1.ตามรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภา สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ได้หรือไม่ หากได้มีขั้นตอนในการดำเนินการอย่างไร2.ข้อความส่วนหนึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการทำประชามติก่อนการยกร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับมีผลทางกฎหมายหรือไม่อย่างไร การให้ออกเสียงประชามติ หลังยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วตามกระบวนการที่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดไว้สอดคล้องกับความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่3.การจัดออกเสียงประชามติว่าควรมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไ ม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 165 ก่อนรัฐสภาลงมติในวาระ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ค้างอยู่ จะทำได้หรือไม่ ทั้งในกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ริเริ่ม และกรณีที่รัฐสภาประสงค์ให้ครม.ดำเนินการให้ หากจะจัดให้มีการออกเสียงประชามติดังกล่าวควรจดแบบให้มีข้อยุติหรือแบบให้คำปรึกษาแก้ครม.แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสีย มีประเด็นทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ อย่างไร โดยมีผลต่อสมาชิกรัฐสภาในการลงมติวาระ 3 หรือไม่อย่างไร

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ผู้ทรงคุณวุฒิของคณะนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีความเห็นในประเด็นที่ 1.แยกเป็น 2 ความเห็น โดย 1.เห็นว่า ไม่น่าจะทำได้ เพราะการร่างฉบับใหม่ขึ้นมา ย่อมมีผลในการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิม มีผลให้การปกครองตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิมถูกยกเลิกไปด้วย ส่วนความเห็นที่ 2.เห็นว่า เนื่องจากประเทศไทยเคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ขึ้นมา 2 ครั้งแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ ส่วนในแง่ของการแก้ไขเพิ่มเติมจะมีผลต่อการยกเลิกระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่นั้น ในด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 มีบัญญัติไว้อยู่แล้วว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนรูปของรัฐจะกระทำไม่ได้หากมีการเสนอมาก็ให้ตกไป ดังนั้นจึงร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเปลี่ยนแปลงหรือล้มล้างไม่ได้ เพราะมีข้อห้าม การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในกระบวนการเช่นนี้ จึงไม่ใช่การล้มล้าง แต่เป็นการนำมาแทนที่โดยไม่มีการขาดตอนแต่ประการใด จึงเห็นว่า สามารถทำได้

นายปริญญา กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ 2. มี 2 ความเห็นคือ 1. เห็นว่า ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้อำนาจตามาตรา 68 สั่งการให้รัฐสภาเลิกการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ ก็ต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากไม่เป็นเช่นนั้นศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจให้ยกเลิกการกระทำได้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีอำนาจให้ยกเลิกการกระทำ ส่วนคำแนะนำในการทำประชามตินั้น ก็เป็นเพียงคำแนะนำ ไม่มีผลทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามเราเห็นว่าคำแนะนำดังกล่าว จะมีผลในทางการเมือง หากรัฐสภามิได้ทำตามคำแนะนำ ซึ่งจะเป็นเหตุผลให้ฝ่ายต่อต้านออกมาคัดค้าน จนนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ ส่วนความเห็นที่ 2.เห็นว่า การออกเสียงประชามติหลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วไม่สอดคล้องกับคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากจะให้สอดคล้องกันก็ต้องทำประชามติก่อนยกร่างรัฐธรรมนูญ

นายปริญญา กล่าวว่า ประเด็นที่ 3. มี 2 ความเห็นเช่นกัน คือ 1.การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับย่อมขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับเดิม เพราะเมื่อร่างเสร็จย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิม จึงเห็นว่า เรื่องนี้มิอาจที่จะทำประชามติได้ เพราะต้องห้าม ตามมาตรา 165 วรรค 3 ส่วนความเห็นที่ 2.เห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญย่อมแย้งกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว ถ้าหากถือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งขัดแย้งรัฐธรรมนูญเราย่อมไม่สามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เลย ดังนั้นการลงประชามติตามมาตรา 165 ในเรื่องนี้จึงน่าจะกระทำได้

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า คงต้องรอความเห็นจากจุฬาฯและ ม.รามคำแหงเข้ามาประกอบ ซึ่ง ม.รามคำแหงระบุว่าขอเวลา 30 วันจะสามารถสรุปความเห็นออกมาได้ จากนั้นก็จะมีการพิจารณากันต่อไป ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา หากรัฐสภาจะดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมที่ยังคงค้างอยู่ก็สามารถกระทำได้ แต่เมื่อได้ข้อมูลจาก 3 สถาบันแล้ว ก็เสนอสภาต่อไป