"อภิสิทธิ์"ห่วงสถานการณ์ใต้ช่วงถือศีลอด ซัด"บีอาร์เอ็น"ไม่จริงใจ หวังผลยกระดับไฟใต้สู่เวทีโอไอซี ชี้รัฐบาลติดกับดัก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel กรณีที่มาเลเซียประกาศยกเลิกการแถลงข่าวของกลุ่มแต่จะมีการแถลงผ่านเวปไซต์ โอไอซี ว่า ตนรู้สึกเป็นห่วง และพยายามบอกรัฐบาลมาตลอดว่า การพูดคุยนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามสิ่งที่รัฐบาลเคยบอกเอาไว้และรัฐบาลไทยก็ดูเหมือนไม่สามารถที่จะไปทำอะไรให้ทางบีอาร์เอ็นกลับไปอยู่ในกติกาได้ ซึ่งก็เกิดความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่คาดหวังว่า อย่างน้อยที่สุดการพูดคุยต้องนำไปสู่การลดความรุนแรงในพื้นที่ในช่วงเดือนรอมฏอน อย่างไรก็ตามเป็นที่เรื่องที่น่าคิดว่า การงดการแถลงข่าวแล้วจะไปแถลงต่อโอไอซี หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าคิด ว่า บีอาร์เอ็นไม่ได้สนใจมาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาแต่เอาปัญหานี้ยกระดับขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การขึ้นป้ายกล่าวหารัฐไทยเป็นผู้ใช้ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ตนห่วงว่าไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลพยายามที่จะให้มันเป็น และยังไม่เห็นแนวโน้มอะไรที่จะทำให้การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ดีขึ้นมา ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เองก็บอกว่า ไม่มีอะไร ตนก็แปลกใจว่า ขณะนี้กลุ่มบีอาร์เอ็น ทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ โดยไม่ต้องเคารพกติกา ข้อตกลง แถลงการณ์ หรือไม่ ทั้งนี้ในช่วงเดือน รอมฏอน ต้องจับตาว่าจะมีความรุนแรงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นสามารถควบคุมสภาพในพื้นที่ได้หรือไม่ หากสถานการณ์ลดลงก็แสดงว่า คุมสภาพในพื้นที่ได้ แต่ถามว่าจะเป็นการพิสูจน์ความจริงใจหรือไม่ต้องดูกันต่อไป อย่างไรก็ตาม การงดแถลงข่าวแสดงให้เห็นว่า กลุ่มบีอาร์เอ็น ไม่ได้ใช้กระบวนการที่ตกลงกันในกรอบของการพูดคุย แต่กลับจะไปใช้วิธีอื่น ซึ่งเราไม่ทราบ เพราะฉะนั้นก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่คงต้องติดตามอย่างต่อเนื่องว่าจะนำไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงคือความสงบสุขในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติทุกอย่างให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็กฎหมายของไทยได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ก็พบว่า ความรุนแรงไม่ได้ลดลง และเหมือนว่ารัฐบาลไทยยังติดกับดักอยู่ แม้ว่าการพูดคุยเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา แต่รัฐบาลไทยก็กระอักกระอ่วน ไม่กล้าที่จะเลิกการเจรจา กลัวว่า ปิดช่องทางการพูดคุย กลัวจะรุนแรงมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถกุมสภาพของการพูดคุยให้เป็นไปตามหลัก เป็นไปตามข้อตกลงซึ่งเริ่มไว้ตั้งแต่ต้นได้ ซึ่งกลายเป็นว่า ไม่เดินหน้าในการแก้ปัญหา ซึ่งตนไม่อยากจะใช้คำว่า เสียเปรียบ ได้เปรียบแต่ขอใช้คำว่า รัฐบาลไม่สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ทั้งในแง่ของปัญหาในพื้นที่ และการแก้ปัญหาที่ผ่านกระบวนการการพูดคุยได้
เมื่อถามว่า การเปลี่ยนผู้ดูแลเรื่องความมั่นคงมาเป็น พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ จะต้องมีการทบทวนแนวทางแก้ปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ รวมทั้งปัญหาโครงการรับจำนำข้าวด้วย ซึ่งหนีไม่พ้นต้องเป็นนายกฯ ถ้ายังปล่อยให้นายกฯลอยตัว แล้วโยนให้เป็นหน้าที่ของรองนายกฯ เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบ การแก้ปัญหาก็ไปยากตรงนี้ก็น่าเป็นห่วง ยังไม่เห็นวี่แววว่านายกรัฐมนตรีจะปรับแนวทางการทำงานที่มีต่อ 2 เรื่องใหญ่ ๆ นี้





