ดีเอสไอตั้งธงดำเนินคดี"เณรคำ" 8 ข้อหา จี้พุทธศาสนาเดินหน้าถอนพาสปอร์ตให้ฝรั่งเศสผลักดันออกนอกปท. ประสานปปง.อายัดทรัพย์
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วม 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถาบันนิติวิทยาศาตร์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ( พศ.) ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อวางแนวทางการสอบสวนและปฏิบัติงานร่วมกันในการตรวจสอบเส้นทางการเงินต้องสงสัยและการประพฤติไม่เหมาะสมของหลวงปู่เณรคำ หรือพระวิระพล สุขผล ว่า หลังจากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษตามข้อเสนอของผบ.สำนักคดีความมั่นคง โดยผลจากการประชุมร่วม 5 หน่วยงานมีประเด็นที่พบว่าเข้าข่ายเป็นความผิดต้องถูกดำเนินคดีรวม 8 ฐานความผิด คือ 1. การใช้สื่อสารสนเทศลงโฆษณาอันเป็นเท็จ ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณชน เบื้องต้นถือเป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 เนื่องจากมีการอ้างว่าได้เข้าเฝ้าพระอินทร์แล้วพระอินทร์รับสั่งให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ ซึ่งดีเอสไอวิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดสำเร็จแล้ว 2. กรณีการกระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์ซึ่งเป็นความผิดอาญา มาตรา 277 และ 317 วรรค 3
นายธาริต กล่าวอีกว่า 3. กรณีที่หลวงปู่เณรคำกับพวกมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรู เบื้องต้นพบรถยนต์ต้องสงสัย 9 คัน เช่น บีเอ็มดับเบิ้ลยู มินิคูเปอร์ นิสสันซิโซโร่ ซึ่งน่าจะมีการนำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และรถเบนซ์อีกจำนวนหนึ่งที่ซื้อในจ.อุบลราชธานี 4. กรณีเสพยาเสพติดให้โทษ 5. การแสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.การอุดมศึกษาเอกชน 6. คดีฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคนตาย 7 .ความผิดฐานฟอกเงินกรณีการเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ 8. การอวดอุตริ อภินิหาร หลังรับเป็นคดีพิเศษดีเอสไอจะประสานให้กองปราบฯส่งสำนวนที่ได้รวบรวมไว้มาให้ดีเอสไอ
นายธาริต กล่าวต่อว่า หลังพบพฤติการณ์ความผิดค่อนข้างชัดเจน ในวันนี้ (9 ก.ค.) ตนจะทำหนังสือถึงนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ. พศ. ในฐานะเลขานุการมหาเถรสมาคม เพื่อขอให้ดำเนินการให้พระเณรคำพ้นจากความเป็นสงฆ์ ซึ่งจะเริ่มกระบวนการทันที นอกจากนี้ดีเอสไอจะขอให้พศ.ถอนพาสปอร์ตหลวงปู่เณรคำจากกระทรวงต่างประเทศทันที ซึ่งจะส่งผลให้การอยู่ในประเทศฝรั่งเศสของหลวงปู่เณรคำเป็นการพำนักอยู่โดยไม่มีหนังสือเดินทาง โดยประเทศฝรั่งเศสจะต้องผลักดันออกนอกประเทศ นอกจากนี้ ในวันที่ 10 ก.ค. ดีเอสไอและสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะลงพื้นที่จ.อุบลราชธานีและศรีสะเกษเพื่อตรวจดีเอ็นเอเด็กชายวัย11 ปี ซึ่งมารดาอ้างว่าเป็นบุตรของหลวงปู่เณรคำ รวมทั้งตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับพ่อแม่ของเณรคำ เนื่องจากหลวงปู่เณรคำไม่สามารถเดินทางมาตรวจดีเอ็นเอได้ ทั้งนี้ผลการตรวจดีเอ็นเอพ่อแม่ซึ่งเป็นญาติสายตรงลำดับรองจะได้ผลที่เชื่อถือได้ 99% และจะทราบผลความเป็นพ่อแม่ลูกได้ภายใน 24 ชั่วโมง
"ดีเอสไอจะยกกรณีหลวงปู่เณรคำเป็น "เณรคำโมเดล" จัดเวิร์คชอปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องราวเช่นนี้อีก ซึ่งอาจจะมีการแก้ไขระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับสงฆ์ให้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้จะทำหนังสือถึงป.ป.ง.ขอให้ใช้มาตรการทางแพ่ง อายัดทรัพย์สินทั้งเงินสดในธนาคาร ที่ดิน รถยนต์ ในความครอบครองของหลวงปู่เณรคำโดยเร็ว เนื่องจากดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว"นายธาริต กล่าว





