วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลตัดสินยกฟ้อง'สุรพงษ์'ไม่หมิ่น'รสนา'

ศาลพิพากษายกฟ้อง"สุรพงษ์"ไม่ผิดหมิ่น"รสนา" สัมภาษณ์ปี51 นำสามีเข้าห้องประชุมสภา ชี้เป็นการติชมโดยสุจริต

ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.4617/2551 ที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูลส.ว.กรุงเทพมหานคร และนายสันติสุข โสภณศิริ กรรมการมูลนิธิเสถียรโกเศศ -นาคะประทีป สามี ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการต่างประเทศ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ต.ค.51 จำเลยให้สัมภาษณ์กล่าวหาโจทก์ทำนองว่ามีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 โจทก์ไม่มาเข้าร่วมประชุมรัฐสภาที่มีการแถลงนโยบายของรัฐบาล แต่ภายหลังเมื่อโจทก์กลับเข้ามาในห้องประชุมก็ไม่ได้ลงชื่อ ซึ่งในเวลานั้นนายสันติสุข ซึ่งเป็นสามีก็ได้เดินเข้ามาในห้องประชุมรัฐสภาด้วย

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า แม้จำเลยเป็นผู้ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนจริงกรณีโจทก์ที่1 พาโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นสามี เข้าห้องประชุมสภาโดยไม่เป็นการสมควร แต่การให้ข่าวของจำเลยทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาถึงถ้อยคำ การรับรู้ อารมณ์และความรู้สึกต่อบุคคลที่ 3 ซึ่งการที่จำเลยให้ข่าวเมื่อได้ร่วมกับ ส.ส.อีก 40 คน ทำหนังสือต่อประธานวุฒิสภา เพื่อตรวจสอบข้อบังคับการประชุมที่จำเลยเชื่อโดยสนิทใจว่าโจทก์ที่ 1 นำโจทก์ที่ 2 เข้าห้องประชุมสภา ส่วนข้อเท็จจริงว่าโจทก์ที่ 1 นำโจทก์ที่ 2 เข้าห้องประชุมหรือไม่นั้น จำเลยมาทราบภายหลังจากการร้องเรียนต่อประธานวุฒิสภาและการให้ข่าวต่อสื่อมวลชน ดังนั้นการให้ข่าวของจำเลยเป็นการติชมด้วยความสุจริตใจและความเป็นธรรม เป็นวิสัยของประชาชนทั่วไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) การกระทำของจำเลยจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท พิพากษายกฟ้อง

ภายหลังนายสุรพงษ์ กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นนานหลายปีแล้ว ซึ่งศาลก็ได้พิพากษายกฟ้องเพราะว่าเหตุการณ์ไม่เป็นความจริง โดยตนใช้สิทธิในฐานะส.ส. ทำตามกฎของรัฐสภา จึงอยากฝาก ส.ส.ทุกคนให้เคารพกฎระเบียนของรัฐสภา ส่วนตนคงให้อภัยน.ส.รสนา และไม่คิดจะฟ้องกลับแต่อย่างใด ส่วนกรณีเรื่องคลิปเสียงที่เป็นข่าวอยู่นั้น ตนยังไม่ได้ฟังด้วยตนเอง ได้แต่ทราบข่าวจากสื่อมวลชน

เมื่อถามถึงการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษัณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐตรี กลับมานั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาจาก คตส. ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาจากการรัฐประหารย่อมไม่เป็นธรรม และตนก็ไม่เคยเชื่อถืออยู่แล้ว เหมือนกับกรณีการรัฐประหารที่ประเทศอียิปต์ ซึ่งตนขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะถ้าสังคมยังเป็นแบบนี้อยู่ ความสงบก็คงยังไม่เกิดขึ้น

"ในความเป็นประชาธิปไตยเสียงข้างมากแม้ว่าจะมากกว่าเพียง 1 เสียง ก็ถือเป็นประชาธิปไตยซึ่งประเทศที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติรัฐประหารนั้น ในต่างประเทศไม่เคยมีประเทศไหนที่จะคบค้าสมาคมด้วย ซึ่งตนทราบเรื่องนี้ดีเพราะอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ"นายสุรพงษ์ กล่าว