"อภิสิทธิ์-ชวน"จัดทอล์คโชว์ รื้อลดค่าเงินบาทปี 2540 โยนใส่"ทักษิณ"ร่วมทีมกู้ไอเอ็มเอฟ วงเงิน 1.7 พันล้านเหรียญ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงภาพยนตร์สกาล่าว่า พรรคประชาธิปัตย์จัดทอล์คโชว์การกุศลระดมทุนรายได้เข้ามูลนิธิควง อภัยวงศ์เเละมูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ภายใต้ชื่องาน “จากต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ถึงกรรเชียงปู และเงินกู้ผลาญแผ่นดิน” มีการจัดขายบัตรเข้าชมใบละ 2 พันบาท โดยมีผู้เข้าร่วมชมกว่าพันคนจนเต็มที่นั่งโรงภาพยนตร์
นายชวน กล่าวทอล์คโชว์ตอนหนึ่งว่า เหตุวิกฤติต้มยำกุ้งในช่วงนั้นมีคนไม่รู้อีกมาก มีหลายคนมีบทบาท ตนสนใจจะเชิญบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีสมัยนั้นมาพูด โดยไม่เก็บเงิน เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องโกหกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปกู้เงินกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นคนใช้หนี้ มีการโกหกเพื่อให้คนเชื่อ ซึ่งเหตุต้มยำกุ้งเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ ทำให้ 2 กรกฎาคม 2540 ต้องลดค่าเงินบาทจาก 25 บาท เป็น 28 บาทภายใน 24 ชั่วโมง และค่าเงินค่อยๆอ่อนลงถึง 55 บาท จากนั้น 16 สิงหาคม 2540 รัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ทำหนังสือถึงไอเอ็มเอฟกู้เงิน 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นด้วย
นายชวน กล่าวต่อว่า คนที่กู้เงินคือรัฐบาลพล.อ.ชวลิตเพราะไม่มีทางเลือกแล้ว แต่น่าเห็นใจเนื่องจากเงินสำรองหมดแล้ว ตอนนั้นธุรกิจพังทลาย ปัญหาเฉพาะหน้าต้องประหยัดรายจ่าย ส่วนหนึ่งต้องทบทวนรายจ่ายกระทรวงกลาโหม ที่จะซื้อเครื่องบินเอฟ 18 เอ ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ไปคุยกับทหารเพื่อทำความเข้าใจ เพราะประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะที่ดี แต่ประเทศได้จ่ายเงินมัดจำไปให้สหรัฐอเมริกาแล้ว จึงได้เดินทางไปขอร้องความช่วยเหลือสหรัฐฯเพื่อยกเลิกสัญญาจัดซื้อ แต่ก็ต้องมีค่าปรับ 130 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีค่ามัดจำ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศก็มีวิกฤติในขณะนั้น แต่ประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐฯได้เข้ามาช่วยเหลือประเทศไทย โดยมีนายอภิสิทธิ์ ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นล่ามพูดคุยกับประธานาธิบดีบิล คลินตันให้
นายชวน กล่าวอีกว่า จากนั้นนายบิล คลินตัน ประธานาธิบดี ได้ขอให้เอกชนเลิกสัญญา โดยจะให้สหรัฐฯซื้อไว้เอง ส่วนเงินค่าปรับ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศไทยก็ได้รับคืน แต่เราได้คืบจะเอาศอกเราก็ได้ขอเงินค่ามัดจำคืนด้วย ส่วนเอกชนก็ค่ามัดจำจากเงินเป็นยุทธปัจจัย โดยไทยได้ซื้อเครื่องบินเอฟ 16 ให้กองทัพอากาศเป็นเครื่องที่ใช้แล้ว ซึ่งมีอายุการใช้งานอีก 20 ปี นอกจากนี้ ช่วงเกิดวิกฤติปี 2540 มีการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ แต่อาจมีการหยุดการก่อสร้างไว้ก่อน เพราะเงินไม่มีแล้ว แต่ตนเห็นว่าต้องสร้างต่อไป รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติอนุมัติเงินก่อสร้าง 1.2 แสนล้านบาทเพื่อสร้างสนามบินต่อเนื่อง ในปี 2538 การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิมีการโกงตั้งแต่หลังคาถึงห้องน้ำ เพราะมีพ่อค้ามาบอกไว้ มีการบอกจะโกงม้านั่งในห้องวีไอพี เป็นเรื่องที่อัปยศที่มีการโกงทุกระดับ ต้องศึกษาเอาเงินคืนให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็เอาเข้าตาราง
นายชวน กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันในช่วงวิกฤติทางกองทัพเรือต้องการเรือ 4 ลำในการตรวจการ ปัจจุบันเป็นเรือหลวงปัตตานี และเรือหลวงนราธิวาส ซึ่งได้มาเพียง 2 ลำ นอกจากนี้ ถนน 4 ช่องจราจรก็เริ่มในรัฐบาลสมัยพรรคประชาธิปัตย์ใน 2538 รวมถึงทำรถไฟ 4 รางทางคู่ จนสามารถพัฒนาจนเป็นผู้นำในอาเซียน แต่วันที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดในสภาว่าโครงการพื้นฐานของไทยล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านเป็นเรื่องจริง เพราะรัฐบาลไทยรักไทยไม่เคยจัดงบประมาณไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ใช่งบประมาณไปใช้เรื่องประชานิยม ทั้งนี้ หลักนิติธรรมซึ่งเป็นหลักข้อแรกในสมัยตนบริหารประเทศถ้ารัฐบาลไทยรักไทยยึดเหตุการณ์ภาคใต้จะไม่นองเลือด
“อภิสิทธิ์ไปปราศรัย มีคนมาประท้วงแต่ตำรวจไม่ทำอะไร กฎหมายไปเป็นกฎหมาย ไล่ด่าสถาบันศาล กลับไม่มีในประชาธิปไตย มีการละเมิดนิติธรรมจากองค์กรฝ่ายบริหาร วันนี้จึงมีปัญหาว่าการทุจริตโกงทั้งโคตรเป็นตัวทำให้ประเทศตกต่ำ ขอให้อย่าสยบให้พวกโกงบ้านโกงเมือง”นายชวนกล่าว





