"สุปรียา"ยันเงินกู้ 2 ล้านล้านเป็นเงินแผ่นดิน ชี้การใช้จ่ายต้องทำตามรธน.ม.167วรรคสาม แจงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญป้องกันประเทศล่มจม
ดร.สุปรียา แก้วละเอียด อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าการออก ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... (พ.ร.บ.กู้เงินสองล้านล้าน) อาจขัด ม.169 ว่า หลักวิชาการต้องพิจารณาในตัวบทว่า รายจ่ายใดเป็นเงินแผ่นดินแล้ว จะเป็นตัวควบคุมการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ซึ่งเงินแผ่นดินสามารถใช้จ่ายได้ภายใต้กฎหมาย 4 ฉบับที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
ดร.สุปรียาระบุว่า ในหลักวิชาการคำว่าเงินแผ่นดินจะรวมถึงการออกกฎหมายกู้เงินที่เป็นกฎหมายเฉพาะที่ไม่ได้ระบุใน 169 เนื่องจากเมื่อมีการกู้เงินมาแล้ว เงินที่จะใช้จ่ายในการลงทุน คือกระทรวงคมนาคมและส่วนราชการต้องเป็นผู้ใช้จ่ายเงิน และเงินส่วนที่รัฐจำเป็นต้องใช้จ่ายในการลงทุนจึงเป็นเงินแผ่นดิน
ดร.สุปรียากล่าวว่า เงินกู้ตามกฎหมายพิเศษถือว่าเป็นกรรมสิทธิของหน่วยงานรัฐแม้จะไม่มีการส่งเงินคืนคลังก็ตามดังงนั้นการใช้จ่ายเงินกู้ตามที่หน่วยงานรัฐเป็นผู้ดูแล จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ตามที่รัฐธรรมนูญ ม. 169 ระบุเอาไว้ อย่างไรก็ตามในการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ระบุว่าไม่ขัด ม. 169 อาจแปลความได้ว่าการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ อาจจะไปพิจารณาในขาของหนี้สาธารณะเพราะเป็นการกู้เงินเข้ามาใช้จ่ายและเป็นไปตาม พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะปี 2548
"นอกจากนี้ประเด็นที่ควรพิจารณา คือ รัฐธรรมนูญมาตรา 167 วรรคสาม ที่ระบุถึงกรอบการใช้เงินว่าต้องเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะควบคุมไม่ให้ประเทศล่มจม ดังนั้นการใช้จ่ายกู้เงินแม้เป็นอำนาจฝ่ายบริหารที่จะออกตัวกฎหมายได้ แต่การใช้เงินจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องยึดกรอบวินัยการเงินการคลัง หากไม่ยึดก็จะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นหมันทันที" ดร.สุปรียา ระบุ





