วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งฟันธงใบสุทธิหลวงปู่เณรคำจริงหรือปลอม

กมธ.ศาสนา วุฒิสภาร่อนหนังสือพ่อเมืองศรีสะเกษ-พศ. เร่งฟันธงใบสุทธิหลวงปู่เณรคำจริงหรือปลอม

นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ได้มีหนังสือ แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบใบสุทธิของพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เนื่องจากสำเนาใบสุทธิดังกล่าวที่กลุ่มลูกศิษย์นำมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการศาสนาฯนั้น มีความไม่ชัดเจนในลายมือชื่อของพระอุปัชฌาย์ และการย้ายวัด อีกทั้งยังสับสนในความเป็นพระเป็นเณรว่าต่อกันหรือไม่ อย่างใด ใบสุทธิดังกล่าวมีความถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากหาเป็นใบสุทธิที่ไม่ถูกต้องอาจจะส่งผลกระทบต่อความศรัทธาและความเชื่อมั่นของพุทธศาสนิกชนในวงกว้าง

นายอนุศาสน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีหนังสือไปถึงผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม เพื่อขอให้มีการนำกรณีของหลวงปู่เณรคำทั้งภาพนั่งเครื่องบินเจ๊ต ภาพนั่งเฮลิคอปเตอร์ คลิปวิดีโอการเทศน์ที่อาจจะเข้าข่ายการอวดอุตริ เข้าหารือในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ด้วย เพราะเห็นว่าเรื่องของหลวงปู่เณรคำอาจจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความศรัทธาในพระพุทธศาสนา

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าชุดตรวจสอบ ข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนหลวงปู่เณรคำ ได้เดินทางเข้าพบนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นพ.ต.ท. พงษ์อินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สอบถามข้อมูลจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯถึงการโฆษณาต่างๆของหลวงปู่เณรคำ เพื่อจะนำข้อมูลไปตรวจสอบว่าเข้าข่ายการหลอกลวงหรือไม่ ขณะเดียวกันทางดีเอสไอจะเข้าไปดูในส่วนของเงินบริจาคด้วย ซึ่งหากเป็นการบริจาคให้ส่วนตัวคงจะตรวจสอบลำบาก แต่หากเป็นการเรี่ยไรเงินจะสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการเรี่ยไรเงินหรือไม่ นอกจากนี้ที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าหากทางหลวงปู่เณรคำไม่ยอมเดินทางกลับมาจะทำอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้หากพบว่าหลวงปู่เณรคำมีความผิดทางอาญาจริงก็จะสามารถใช้อำนาจตามพ.ร.บ.ผู้ร้ายข้ามแดน ขอความร่วมมือไปยังประเทศที่หลวงปู่เณรคำอยู่ให้ส่งตัวกลับมาประเทศไทยเพื่อดำเนินคดีได้

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวภายหลังร่วมประชุมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอว่า ทางดีเอสไอและทางพศ.จะร่วมมือกันในการช่วยกันสอบข้อเท็จจริงกรณีหลวงปู่เณรคำ โดยเฉพาะกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ทางพศ.ไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปตรวจสอบได้ แต่ดีเอสไอสามารถเรียกสอบสถานะทางการเงินได้ การที่ดีเอสไอตรวจสอบและให้ข้อมูลมาทางพศ.ก็สามารถที่จะส่งผลข้อมูลให้ฝ่ายคณะสงฆ์ใช้พิจารณาได้เร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามภายในสัปดาห์หน้าคาดว่า ในวันที่ 11 ก.ค. จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างพศ.และดีเอสไออีกครั้ง