"ชวนนท์"แจงให้รมว.พาณิชย์ เผยสัญญาจีทูจี ขายข้าวให้ต่างประเทศ อัดอย่าโวเร่งระบายข้าวได้มากในครึ่งปีหลัง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งรัดให้เพิ่มช่องทางการระบายข้าวให้มากขึ้น ทั้งแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี เพื่อเร่งระบายข้าวให้เพิ่มขึ้นว่า จากการตรวจสอบสัญญาที่เหลือ 6 เดือน พบว่า มีประเทศจีนเพียงประเทศเดียวที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับประเทศไทย แต่ก็ไม่ระบุปริมาณ ราคา และเวลาที่จะซื้อขาย นอกนั้นประเทศอื่นทั้งมาเลเซีย โตโก อิหร่าน ไม่มีสัญญาซื้อขายทั้งสิ้น
ดังนั้นหากนายนิวัฒน์ธำรงค์ ยืนยันว่ามีสัญญาแล้ว ก็ขอให้เปิดเผยสัญญาออกมาเพื่อเป็นหลักประกันว่าจะนำเงินที่ไหนมาทำโครงการจำนำข้าวที่มีการขยายเวลาจำนำราคา 15,000 บาทถึงวันที่ 15 กันยายน 2556 เพราะในวันนี้ขาดทุนไปแล้วประมาณ 2.6 แสนล้าน ส่วนที่มีคำถามว่าการจำนำข้าวแตกต่างจากการประกันรายได้อย่างไร หากคำนวณความขาดทุนอยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท ประกันรายได้ซึ่งใช้ปีละประมาณ 6 หมื่นล้านบาท จะจ่ายให้ชาวนาได้เพิ่มถึง 4 เท่าจากโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล ดังนั้นแค่ใช้เงินครึ่งหนึ่งของโครงการรับจำนำจะให้รายได้กับเกษตรกรมากกว่าการจำนำแน่นอน ซึ่งไม่กระทบกลไกค้าข้าว และปิดช่องโหว่ในการทุจริตได้มากกว่าด้วย ทั้งนี้ตนยืนยันว่าพรรคไม่เห็นด้วยกับการจำนำข้าวและหากเป็นรัฐบาลจะใช้ประกันรายได้ให้ประโยชน์ชาวนาได้มากกว่า แต่ใช้เงินน้อยกว่าจำนำข้าวของรัฐบาลชุดนี้
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ที่จ.พิจิตรมีการระดมเงินผ้าป่าสามัคคี จากประชาชน หักเงินเดือนของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และวัดในพื้นที่ไปช่วยเหลือชาวนาที่ถูกโรงสีโกงจากการนำผลผลิตเข้าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จนได้เงินประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งต้นผ้าป่านี้ เป็นบทพิสูจน์ว่าโครงการจำนำข้าวนอกจากทำให้เกิดปัญหาต่อชาวนาแล้ว ยังแสดงถึงความไม่รับผิดชอบของนายกและครม. ความเห็นแก่ตัว ปัดสวะให้พี่น้องชาวนาและข้าราชการท้องถิ่น จึงอยากให้ครม.ชุดนี้รู้ว่า ต้องมีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ของตัวเอง ต้องไม่ปัดสวะหนีความรับผิดชอบ จึงฝากถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ว่าในระหว่างที่เดินทางอยู่ต่างประเทศนั้นมีชาวนาจำนวนหนึ่งกำลังทุกข์ยากจากโครงการของรัฐบาล





