วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิสาร'ขู่ทุนใหญ่ภาคกลางแก๊งทวงหนี้นอกระบบ

"วิสาร"เร่งมอบนโยบายทุกหน่วยงานในสังกัดงานแรก ขู่นายทุนใหญ่ภาคกลางแก๊งทวงหนี้นอกระบบเจอเด็ดหัวแน่

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รมช.มหาดไทย (มท.3) กล่าวหลังได้รับมอบหมายให้ดูแลแบ่งงานจาก นายจารุพงศ์ เรืองสุววณ รมว.มหาดไทย ให้ดูแลหน่วยงานกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการปกครอง (ปค.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และการประปานครหลวง ว่า ในส่วนการทำงานร่วมกับ กทม.ที่ได้รับมอบหมายถือเป็นความโชคดีที่ได้รู้จักกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้ตั้งใจที่จะไปเยี่ยม เพื่อถามข้อขัดข้อง รวมถึงขอความร่วมมือซักซ้อมแผนป้องกันน้ำท่วม ก่อนที่จะเกิดปัญหาไม่ใช่รอให้น้ำท่วมแล้วประชุม โทรศัพท์หากัน 4-5 ทุ่ม แล้วไปหงุดหงิดใส่กันเรื่องในลักษณะนี้ไม่เห็นด้วย

"ผมเคยทำงานอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อปี 2538 มีประสบการณ์มาก่อน เชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้ไม่ติดขัด ในวันเสาร์ที่ 6 ก.ค.นี้จะเดินทางไปตรวจราชการที่จ.อุบลราชธานี เพื่อไปดูข้อมูลเบื้องต้นของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อมอบให้แนวนโยบาย ส่วนกรมการปกครองได้มีโอกาสพบนายชวน ศิรินันท์พร อธิบดีกรมการปกครองตั้งแต่วันแรกที่ได้รับพระบรมราชโองการฯโปรดเกล้าฯ รู้สึกดีใจที่ได้ดูแลกรมการปกครองในการการขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาล ถ้าจะลุล่วงไปได้ดีทางนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดมีความสำคัญมาก เรื่องเหล่านี้จะต้องทำความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องเดินขบวนตามจังหวัดต่างๆ เพื่อช่วยลดปัญหาไม่ให้บานปลายต้องไปขอให้นายอำเภอ ผู้ว่าฯได้ช่วยดำเนินการดูแลให้ด้วย" รมช.มหาดไทย กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ในส่วนการได้รับมอบหมายให้ดูแลกรมการปกครอง จะเดินทางลงพื้นที่ไปสร้างขวัญกำลังใจให้นายอำเภอ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เพราะเห็นว่ามีความสำคัญ และโดยส่วนตัวเห็นว่าควรเพิ่มเจ้าหน้าที่ ที่มีพื้นเพเป็นคนในพื้นที่นั้น เพราะจะรู้ข้อมูลมากกว่า และหากเกิดการเสียชีวิต ชาวบ้านในพื้นที่ก็จะเกิดความเสียใจและช่วยแจ้งเบาแส ซึ่งแตกต่างจากการนำคนนอกพื้นที่เข้าไป หากมีการเสียชีวิต ชาวบ้านคงไม่รู้สึกอะไร และเป็นการสร้างความยินดีให้กับผู้ก่อความไม่สงบอีกด้วย อย่างไรก็ตามในเรื่องดังกล่าวอาจจะต้องปรึกษาอธิบดีกรมการปกครองอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับการดำเนินการปราบปรามแก๊งทวงหนี้เงินกู้นอกระบบนั้น รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ตนมีข้อมูลนายทุนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางใช้วิธีการออกเงินกู้แบบลูกโซ่ในแต่ละจังหวัด เรื่องดังกล่าวต้องดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยอาจใช้วิธีให้ทางอำเภอจังหวัดเข้าไปช่วยกวดขัน ถ้าเป็นเจ้าหนี้ที่มีอิทธิพลมากต้องขอเจรจา แต่ถ้าเจรจาไม่เป็นผลก็ต้องขอกระทรวงการคลัง กรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบบัญชี

เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำประชาพิจารณ์เรื่องกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำ นายวิสาร กล่าวว่า ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องทำความเข้าใจชี้แจง รวมถึงเร่งจัดทำประชาพิจารณ์ ดังนั้นต้องขอความร่วมมือจากนายอำเภอ และผู้ว่าฯ ซึ่งตนมีแนวคิดว่า เราอาจต้องทำความเข้าใจ โดยหมู่บ้านที่ยอมเสียสละพื้นที่ในการขุดลอกคลอง หรือทำเป็นพื้นที่แก้มลิง หรือทำฟลัดเวย์ ควรมีการเชิดชูเกียรติ ด้วยการชื่อหมู่บ้านมาใช้ในการตั้งชื่อคลอง หรือบอกว่าหมู่บ้านนี้ได้ทำการเสียสละไม่ให้น้ำเข้าท่วมเมืองหลวง เป็นต้น