"สุณิสา"ระบุ"กิตติรัตน์"ส่งสัญญาณให้"ไอเอ็มเอฟ-มูดีส์"รู้จำนำข้าวเปลี่ยนแปลงได้ตามตลาดโลก หลังขึ้นราคาเป็น1.5หมื่น/ตัน
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 2 กรกฎาคม ว่า ที่ประชุมมีมติรับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีมติปรับขึ้นราคาการรับจำนำข้าวเปลือกโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2555/56 ความชื้น 15% ไว้เท่าเดิม คือข้าวเปลือกเจ้า 100% ราคาตันละ 15,000 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 (42 กรัม) ตันละ 16,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดยาว (42 กรัม) ตันละ 16,000 บาท เมล็ดสั้น (40 กรัม) ราคาตันละ 15,000 บาท
โดยจะรับจำนำข้าวเปลือกจากเกษตรกรในปริมาณที่ไม่เกินที่ระบุไว้ในใบรับรองเกษตรกรที่กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกให้ โดยมีวงเงินรับจำนำรายละไม่เกิน 500,000 บาทต่อรอบ และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2556 มีระยะเวลาการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 สิ้นสุดวันที่ 15 กันยายน 2556 ยกเว้นภาคใต้สิ้นสุดเดือนพฤศจิกายนนี้
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า กขช.ให้ 2 เหตุผลในการปรับขึ้นราคากลับมาที่เดิม คือ 1.เนื่องจากกรมส่งเสริมการเกษตร รายงานผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรว่ามีผลผลิตข้าวตั้งแต่เดือนมิถุนายน-15 กันยายน 2556 ประมาณ 200,000 ครัวเรือน มีปริมาณผลผลิต 2.9 ล้านตันข้าวเปลือก
และ2.กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เสนอแผนการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้เพิ่มจากการระบายเดิม โดยเป็นการขายทั่วไปให้ผู้ประกอบการในประเทศเพื่อการส่งออกหรือจำหน่ายในประเทศ ทั้งข้าวหอม ข้าวเหนียว และข้าวขาว รวมทั้งขายข้าวเปลือกในกรณีที่ผู้ซื้อมีคำสั่งซื้อข้าวนึ่งจากต่างประเทศ เพิ่มการขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยเพิ่มประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ประเทศกลุ่มอาเซียน จีน และแอฟริกา และเร่งรัดการระบายผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(เอเฟต) อย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อขายในประเทศและต่างประเทศมีโอกาสเข้าร่วมประมูลสำหรับขายให้องค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้่งในประเทศและต่างประเทศเพื่อสาธารณประโยชน์และการบริจาค คาดหวังว่าการระบายข้าวเดือนกรกฎาคม-ธันวาคมนี้จะสามารถระบายได้มูลค่าประมาณ 72,065 ล้านบาท
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าการปรับเพิ่มหรือลดโครงการรับจำนำข้าว ข้อดีคือเป็นการส่งสัญญาณให้ตลาดข้าวในโลก รวมทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆให้ทราบว่านโยบายการจำนำข้าวยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงได้ตามตลาดโลก ส่วนที่กขช.ปรับลดราคาลงเหลือ 12,000 บาทต่อตัน เพราะข้อมูลกขช.ที่ได้รับในขณะนั้นยังไม่ครบถ้วน แต่เมื่อได้ข้อมูลปิดบัญชีแล้ว จึงได้ปรับขึ้นเป็น 15,000 บาทต่อตัน เหมือนเดิม
"การปรับลดราคาลงเหลือ 12,000 บาทต่อตัน ทำให้รู้ว่าสังคมให้การสนับสนุนนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล ยืนยันว่าการปรับเพิ่มราคาครั้งนี้ ยังยึดการรักษาการสมดุล 4 ประการ คือ 1.คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร 2.การรักษาสมดุลของตลาดโลก 3.วินัยการคลัง และ4.การพัฒนาคุณภาพข้าว" ร.ท.สุณิสา กล่าวอ้าง คำชี้แจงของนายกิตติรัตน์ต่อที่ประชุมครม.





