นายกสมาคมชาวนาฯขอบคุณนายกฯและรัฐบาลยืนยันโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในราคา 1.5หมื่นบาทต่อตันจนสิ้นสุดโครงการปี2555/56
ผู้สื่อข่าวรายว่าบรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งวันนี้มีทั้งรัฐมนตรีหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯเดินทางเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงอาทิ นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางเบญจา หลุยเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ได้สักการะศาลพระภูมิและศาลตายายด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนการประชุมครม.
ส่วนวาระครม.ที่น่าสนใจวันนี้อยู่ที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง จะนำมติกขช. เมื่อวันที่ 1ก.ค. ที่ให้กลับมารับจำนำในราราคา15,000บาท/ตัน เข้ารายงาน
ขณะที่บรรยากาศบริเวณด้านหน้าตึกแดง สำนักเลขาธิการครม. มีตัวแทนเกษตรจากทุกภาคประมาณ 20 คน นำโดยนายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาแห่งประเทศไทย เดินทางมาขอบคุณน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่ยืนยันโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในราคา 15,000 บาทต่อตัน จนสิ้นสุดโครงการปี 2555/56 และขยายเวลาในส่วนโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในส่วนของภาคใต้จนถึงวันที่ 30 พ.ย.56
ทั้งนี้ภายหลังนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับรังนกจากตัวแทนชาวนาเพื่อขอบคุณแล้ว ได้ตอบคำถามนักข่าวว่าวันนี้ยังไม่เข้ากระทรวงกลาโหม
ด้านนายวิเชียร กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีความพอใจที่รัฐบาลทบทวนราคารับจำนำที่ราคาเดิม ซึ่งจากนี้ไปเกษตรกรยืนยันที่จะสนับสนุนการดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐบาลต่อไป ส่วนราคารับจำนำข้าวในฤดูกาลผลิต 2556/2557 ที่ กขช.อาจจะปรับลดราคารับจำนำลงมาอยู่ที่ตันละ 12,000 บาท เพื่อให้ราคาเหมาะสมกับราคาในตลาดโลก ซึ่งในเรื่องนี้ต้องการให้รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกร กลับมาหารือร่วมกันอีกครั้ง เพื่อทบทวนราคาต้นทุนการผลิตที่เป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกข้าวของเกษตรกร โดยเฉพาะราคาปุ๋ยเคมี น้ำมัน และพันธุ์ข้าว ที่ส่งผลราคาข้าวต่อไร่ โดยเกษตรกรต้องการให้รับจำนำในราคาตันละ 15,000 บาท เพราะเกษตรกรได้กำไรอยู่ที่ร้อยละ 40 แต่หากรัฐบาลลดราคาเหลือตันละ 12,000 บาท เกษตรกรจะไม่มีกำไรในการปลูกข้าว นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนแหล่งเงินกู้ ปลอดดอกเบี้ย เพื่อให้เกษตรกรมีต้นทุนในการปลูกข้าวในระดับต่ำ เพื่อให้เกษตรกรมีกำไร และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น





