"ณัฐวุฒิ"รับ"จตุพร"จ่อนั่งแท่นประธานแดง ยันไม่เกี่ยวแห้วนั่ง รมต.ยิ่งลักษณ์ 5 เชื่อปูทางรับสถานการณ์ต่อสู้เข้มข้นในอนาคต
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และแกนนำแนวร่วมประชาธิไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่นปช. แสดงความไม่พอใจที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. หลุดโผในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งล่าสุดว่า ไม่ใช่การโวยวายหรือแสดงท่าทีต่อต้าน แต่คนเสื้อแดงเป็นพี่เป็นน้องกัน หลายคนมั่นใจว่าขีดความสามารถและศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็น นายจตุพร หรือพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. คนอื่นๆ ที่มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารได้ แต่เมื่อนายกฯได้ตัดสินใจดำเนินการไปแล้วทุกคนเคารพ การทำงานของรัฐบาลคงเดินหน้าไปตามนโยบาย ส่วนการขับเคลื่อนของคนเสื้อแดงก็เดินไปตามวิถีประชาธิปไตยต่อไป ไม่ใช่เรื่องที่จะออกมาบอกไม่พอใจและจะคัดค้านต่อต้าน หรือสร้างแรงกระเพื่อมให้กับพรรคหรือรัฐบาลแต่อย่างใด ตรงนี้สบายใจได้ และนายจตุพรหรือ พ.อ.อภิวันท์ก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรที่แสดงออกว่าไม่พอใจในเรื่องนี้
เมื่อถามว่า จะมีการดันนายจตุพรขึ้นเป็นประธานนปช. นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในการประชุมแกนนำนปช.เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการวิเคราะห์สถานการณ์และประเมินภาพรวมกันหลายเรื่อง ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่จะมีผลต่อการต่อสู้ โดยในที่ประชุมมีความเห็นว่าในสถานการณ์ต่อไปข้างหน้าถ้าหากมีความเข้มข้นและมีความแหลมคมในการต่อสู้ทางการเมืองก็อาจจะถึงเวลาที่จะให้นายจตุพรมาทำหน้าที่ประธานนปช. แต่จริงๆแล้วหากย้อนหลังไปเมื่อ 6-7 เดือนที่แล้ว นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช.ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะขอปรับบทบาทตนเองไปอยู่เบื้องหลังในฐานะที่ปรึกษา และให้นายจตุพรมาทำหน้าที่นี้ แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดเป็นเพียงข้อหารือกัน ไม่ใช้ข้อสรุปแต่อย่างใด ฉะนั้นจนถึงเวลานี้นางธิดาก็ยังทำหน้าที่ประธานนปช. โดยมีพวกเราพี่น้องเสื้อแดงร่วมกันขับเคลื่อน
ส่วนตัวนายจตุพรจะมาทำหน้าที่นี้หรือไม่ก็ให้สถานการณ์เป็นตัวกำหนด อย่างไรก็ตาม พวกเราทุกคนยังเห็นตรงกันว่านางธิดายังทำหน้าที่อย่างมีศักยภาพ มีประโยชน์ต่อการต่อสู้ และกระบวนการการเข้าสู่สถานะประธานนปช.ก็เป็นกระบวนการที่ถูกต้องชอบธรรมตามที่ทุกฝ่ายยอมรับในที่ประชุม
ทั้งนี้ ตนอยากให้สื่อมวลชนเข้าใจว่าตำแหน่งประธานนปช. ไม่ใช่เป็นเรื่องบ่งชี้ความยิ่งใหญ่ บ่งชี้สถานะจนถึงขั้นว่าถ้าใครเป็นประธานนปช.แล้วจะกินตำแหน่งใหญ่โต หรือใครไม่เป็นประธานนปช.แล้วจะกลายเป็นเรื่องตกต่ำ แต่เป็นเรื่องของการทำงานในขบวนการต่อสู้ที่เราทำโครงสร้างการทำงานให้ชัด และมีคนรับผิดชอบในแต่ละบทบาทให้ชัดเจนเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องยศถาบรรดาศักดิ์
เมื่อถามว่า เหตุผลที่มองว่าถึงเวลานายจตุพรจะเข้ามารับหน้าที่ประธานนปช.คืออะไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ทางกลุ่มคุยกันว่าถ้าสถานการณ์ต่อสู้ครึ่งปีหลังนี้น่าจะทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เวลานี้ก็เลิกเหนียมเลิกอายมากขึ้นทุกที ในการที่จะประกาศนำพาประชาชนกลุ่มหนึ่งออกมากลางถนน บนเวทีปราศรัยก็มีการพูดถึงการเป่านกหวีด มีการพูดถึงการเดินขบวนที่ถี่ขึ้นชัดขึ้น ตลอดจนสถานการณ์แวดล้อมอื่นๆก็ชี้ว่ารัฐบาลอาจจะเผชิญกับแรงกดดันครั้งใหญ่ทางการเมืองจากฝ่ายต่อต้าน ซึ่งเป็นคนหน้าเดิมไม่ได้แปลกใหม่มาจากไหน จึงมีการเสนอมุมมองแบบนี้
เมื่อถามว่า เหตุผลที่นายจตุพรยังไม่รับตำแหน่งตอนนี้ เพราะเรื่องสุขภาพใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ก็มีหลายสาเหตุหลายปัจจัย นายจตุพรก็ยังมีภารกิจอีกหลายเรื่องที่จะทำให้แล้วเสร็จ ประกอบกับนายจตุพรเห็นว่าสถานการณ์เวลานี้ยังต้องติดตามรายละเอียดหลายแง่มุมอยู่ เรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่คนอย่างนายจตุพรเรื่องอาการปวดหลังนิดหน่อยเมื่อถึงเวลาต่อสู้อาการปวดหลังจะหายเองเป็นปลิดทิ้ง
เมื่อถามว่า ที่ให้นายจตุพรขึ้นเป็นประธานนปช. เป็นได้หรือไม่ว่าเสื้อแดงจะออกมาชุมนุมปกป้องรัฐบาลจากกลุ่มที่ต่อต้าน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการเตรียมการไปถึงขั้นนั้น เป็นแต่เพียงการวิเคราะห์สถานการณ์ และการชุมนุมเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในทางการเมืองก็มีมาเป็นปกติ ยังไม่มีความคิดจะออกมาชุมนุมใหญ่เพื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลอยู่ในเวลานี้แต่อย่างใด





