นายกฯแจงควบกลาโหมเพื่อทำงานใกล้ชิดกองทัพ สอดคล้องรวดเร็ว "ชี้"ปรับครม.เพื่อความเหมาะสม ย้ำไม่มีปัญหาย้ายเฉลิมนั่งรมว.แรงงาน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่มีการควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม ว่า จากที่ได้ทำงานกับกองทัพได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และเหตุผลที่ต้องควบตำแหน่ง ก็เพื่อให้การทำงานร่วมกับกองทัพ มีวิธีการในการตัดสินใจที่เร็วขึ้น เผื่อรัฐบาลจะมีอะไรที่จะสนับสนุนได้ เพื่อให้กองทัพ สามารถเดินหน้าทำงานได้อย่างเต็มที่
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์โจมตีว่าการควบตำแหน่งเพื่อหวังผลการโยกย้ายทหาร นายกฯ กล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็เป็นผอ.กอ.รมน.ซึ่งดูแลกองทัพมาเกือบ 2 ปีแล้ว คงเห็นแล้วว่าวิธีการทำงานของเราและกองทัพนั้นถือว่าต่างคนต่างทำในภารกิจของตนเองอย่างเต็มที่ สิ่งที่เราทำก็คือเพื่อให้การทำงานในนโยบายต่าง ๆ สอดคล้องและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการตัดสินใจที่รวดเร็วมากกว่า ยืนยันว่าไม่มีแนวคิดอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา เพราะต้องการเข้ามาทำงานมากกว่า
เมื่อถามว่าการควบตำแหน่งรมว.กลาโหมจะเป็นประโยชน์อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของขั้นตอนในการทำงานที่จะเร็วขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาต้องมีการรายงาหลายๆขั้นตอน การรายงานในหลายชั้นทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการเข้าใจ แต่ที่ต้องปรับเปลี่ยนเพราะความรวดเร็วในความเข้าใจในเนื้อหาของกองทัพนั้น ก็จะดีขึ้น และจะทำให้รัฐบาลสามารถทำงานร่วมกับกองทัพได้
ต่อข้อถามที่ว่า นายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ จะช่วยให้สามารถแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าวได้หรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในฐานะที่นายนิวัฒน์ธำรงค์เป็นรองนายกรัฐมนตรีและดูแลส่วนกระทรวงพาณิชย์ด้วย ขณะที่นายวราเทพ รัตนากร ก็ให้ดูในตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้มีผู้ที่รับผิดชอบและสามารถมองได้ทุกมิติในโครงการรับจำนำข้าว รวมไปถึงการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร ไม่ได้มองแค่ว่ากระทรวงพาณิชย์จะขายได้เท่าไหร่ แต่ต้องมองในมิติของกระทรวงเกษตรฯ รวมไปถึงกระทรวงการคลังด้วย เพื่อให้มองเห็นการทำงานในภาพรวมมากขึ้น อีกทั้งยังมีผู้ติดตามการทำงานเพื่อรักษาสมดุลได้
"ต้องเรียกว่าเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม ซึ่งนายบุญทรง เป็นผู้เริ่มโครงการรับจำนำข้าว และประสบความสำเร็จช่วยให้เกษตรกรได้มีรายได้ วันนี้จึงเป็นการต่อยอด การปรับเปลี่ยนครม. ถือเป็นเรื่องปกติ เพื่อความเหมาะสมอยู่แล้ว" นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่า รัฐบาลกำลังคิดวางตัวบุคคลของรัฐบาลเพื่อเดินหน้าในนโยบายหลักใช่หรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราทำงานไประยะหนึ่ง เราก็ต้องดู อย่างเช่น งานที่เริ่มต้นซึ่งก็ต้องการผู้เข้าใจในนโยบาย ส่วนงานสานต่อซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งในการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ก็เพื่อนำบุคคลที่มีความรู้โดยตรง เพื่อช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่อยากให้มองเป็นอย่างอื่นเพราะรัฐบาลทำงานมาเกือบ 2 ปีแล้ว และครม.ชุดก่อนหน้านี้ก็ทำงานมาหลายเดือนแล้ว จึงเป็นโอกาสเหมาะสมในการปรับเปลี่ยน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเคลียร์ใจกับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งถูกปรับจากรองนายกฯ ไปดำรงตำแหน่งรมว.แรงงาน อย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี การทำงานในกระทรวงแรงงานจะได้ทำงานมากกว่า ส่วนตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีต้องดูแต่นโยบาย ส่วนการปรับไปกระทรวงแรงงาน คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีตรมว.แรงงานก็ได้ทำนโยบายจนประสบความสำเร็จตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ในการปรับรายได้ขั้นต่ำวันละ 300 บาท ส่วนร.ต.อ.เฉลิม ก็จะเข้ามาต่อยอด เพราะมีความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย ซึ่งจะประสานงานความร่วมมือ เช่น เรื่องอาเซียน หรือในระดับภูมิภาค การปรับไม่ได้หมายความว่า รัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งมีปัญหา
ส่วนกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาแสดงความคิดเห็นว่านายกฯลอยตัวในหลายเรื่อง เช่น โครงการรับจำนำข้าวนั้น นายกฯ กล่าวว่า ก็มีสิทธิ์คิดได้ เพราะเราพูดกันเพื่อให้เกิดการทำงานที่ดีขึ้น ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ก็ยังคุยกันดีอยู่
เมื่อถามว่า นายกฯ มีแนวทางแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่าต้องรอเข้าไปดูงานก่อน





