"ราเมศ"ซัดรัฐบาลส่อผิดรัฐธรรมนูญ หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งชอลอการประมูลโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อรับฟังความเห็นประชาชน-ทำอีไอเอ
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ให้ชะลอการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ โดยให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง ว่า เป็นการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ เป็นรัฐบาลที่ละเมิดต่อกฎหมายและส่งเสริมให้พวกพ้องของตนละเมิดต่อกฎหมาย โดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด
การที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า คงต้องทำตามคำพิพากษานั้น ควรใช้คำพูดใหม่ว่ารัฐบาลต้องทำตามคำพิพากษา ซึ่งฟังดูแล้ว เหมือนฝืนใจที่รัฐบาลต้องทำตามคำพิพากษา ซ้ำยังพยายามสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมอีก เมื่อนักข่าวถามว่าโครงการนี้จะล้มหรือไม่ แต่นายกรัฐมนตรีกลับตอบว่า ขึ้นอยู่กับศาลปกครอง ดังนั้นนายกรัฐมนตรีอย่าโยนความผิดให้ศาลปกครอง นายกรัฐมนตรีต้องยอมรับผิดว่า โครงการนี้รัฐบาลทำไปโดยผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศคือ ผิดรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลไม่เคยสนใจใยดีต่อสิทธิของประชาชน อีกทั้งนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจกระบวนการ ถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหารโดยอำนาจตุลาการ ฉะนั้นควรตอบคำถามใหม่ต่อสังคมไทยว่า โครงการนี้จะล้มหรือไม่อยู่ที่รัฐบาลเอง
การที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน และยึดหลักความถูกต้องของกฎหมาย เป็นการยึดมั่นตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่หากมีโครงการใดของรัฐที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต ต้องรับฟังเสียงความคิดเห็นของประชาชนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเสียก่อน เช่นเดียวกันกับกรณีการที่จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน
"รัฐบาลอย่าดูดายกับสาระสำคัญตามหลักความถูกต้อง ศาลปกครองได้ชี้แนะหลักความถูกต้องให้กับรัฐบาลแล้ว ควรขอบคุณศาลปกครองที่ช่วยชี้ทางสว่าง แต่ก็เชื่อว่าไม่กี่วันก็จะมีคนของรัฐบาลออกมาระบุว่า ศาลปกครองมาก้าวก่ายการทำงานของรัฐบาล สมควรยุบศาลปกครองทิ้งไปให้เหมือนกับที่มีความคิดที่จะยุบศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานของรัฐบาล จึงขอให้ประชาชนคนไทยให้กำลังใจศาลปกครองเพื่อที่จะได้คงอยู่เป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป" นายราเมศ กล่าว





