"ธาริต"ขึ้นวอชลิสต์เบนซ์ลอบเปลี่ยนเกียร์9คัน จ่อเรียกสอบซ้ำ ขู่แปรสภาพรถผิดฟอกเงิน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวภายหลังประชุมร่วม 7 หน่วยงานว่าล่าสุดมีมติให้ขยายเวลาให้กลุ่มผู้สมัครใจนำรถเข้าตรวจสอบอีก 1 สัปดาห์หลังพบว่ามีผู้สมัครใจทยอยนำรถเข้ามาตรวจสอบหลายคัน ล่าสุดมีผู้สมัครใจนำรถเข้ามาตรวจสอบกว่า 150 คัน โดยในจำนวนนี้บางส่วนได้ทำการตรวจสอบและสามารถยึดรถต้องสงสัยปรับเปลี่ยนเกียร์เพื่อเลี่ยงภาษีแล้ว 9 คันส่วนกรณีที่พบร่องรอยการสับเปลี่ยนชิ้นส่วนสำคัญโดยเฉพาะเกียร์กับรถคันอื่นในกลุ่มรถต้องสงสัย ซึ่งเบื้องต้นดีเอสไอได้ตรวจปล่อยไปนั้น ยืนยันว่าดีเอสไอมีการทำบันทึกเป็นรถที่ต้องเฝ้าระวังและจะมีการตรวจเช็คเอกสารอย่างละเอียด ถึงที่มาที่ไปตั้งแต่การจดทะเบียนว่าตรงกับเลขชุดเกียร์เดิมหรือไม่เพื่อเรียกตรวจซ้ำ ทั้งนี้เจ้าของบริษัทรถยนต์ระบุว่า เลขกำกับชิ้นส่วนสามารถตรวจสอบได้กว่า 100 ตำแหน่ง ดังนั้นการดัดแปลงเพื่อหลบเลี่ยงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากจึงขอเตือนผู้ครอบครองรถว่าอย่านำรถไปดัดแปลงเพราะนอกจากสุ่มเสี่ยงกระทำความผิดฐานจงใจหลีกเลี่ยงภาษีแล้วยังเข้าข่ายความผิดฐานยักย้ายถ่ายเทแปรสภาพทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน
นายธาริต กล่าวอีกว่า ล่าสุดที่ประชุมมีมติจะไม่ใช้มาตรการการซื้อคืนกับรถที่ตรวจพบว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษี แต่จะใช้มาตรการให้กรมศุลกากรประเมินราคาภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มและค่าปรับ โดยจะเน้นการเรียกคืนภาษีกับผู้ประกอบการเป็นหลัก แต่หากผู้ประกอบการล้มละลายหรือหลบหนี จึงจะแนะนำผู้ครอบครองให้ชำระภาษีแทนและไปฟ้องร้องทางแพ่งกับผู้ประกอบการต่อไป สำหรับขั้นตอนในการจ่ายภาษีเพิ่มนั้น
เบื้องต้นดีเอสไอจะตรวจสอบสภาพรถต้องสงสัย ตามกระบวนการสอบสวนร่วมกับ 7 หน่วยงาน เพื่อให้ทราบรายละเอียดของรถ ตั้งแต่ผู้จดประกอบ ผู้ขอจดทะเบียนและผู้ครอบครองคนปัจจุบันจากนั้นจะส่งเรื่องให้กรมศุลกากรพร้อมให้ความเห็นโดยกรมศุลกากรจะเป็นผู้ใช้อำนาจสั่งเรียกเก็บภาษีที่ขาด หากผู้ประกอบการยอมชำระเพิ่มเติมก็จะยุติคดี แต่หากผู้ประกอบการไม่จ่าย ผู้ครอบครองรถก็ต้องรับภาระในการจ่ายคืนภาษีแทน มิเช่นนั้นต้องถูกยึดรถยนต์ให้ตกเป็นของแผ่นดิน





